การเดินคู่กันของพระเอกและนางเอกในชุดสีดำดูเท่มาก แต่แววตาของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราวมากมายที่ซ่อนอยู่ ฉากที่ตัดสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีตทำให้รู้ว่าพวกเขาอาจเคยผ่านความเจ็บปวดร่วมกันมา การแสดงสีหน้าของพระเอกตอนเห็นภาพเด็กน้อยถูกทำร้าย มันสื่อถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ในใจ การกลับมาเจอกันในลิขิตรักยืมพันธุ์ ครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
ชอบตัวละครเด็กหญิงในเสื้อกั๊กสีฟ้ามาก เธอตัวเล็กแต่กล้าหาญมากที่เข้าไปห้ามผู้ใหญ่ที่กำลังโกรธจัด การที่เธอแย่งไม้กวาดจากมือผู้หญิงชุดม่วงแล้วปลอบโยนเด็กชาย มันแสดงถึงความเมตตาที่บริสุทธิ์ ฉากที่เธอแบ่งเงินให้เด็กชายแล้วบอกว่าให้ใช้ดีๆ มันซึ้งกินใจมาก เด็กคนนี้โตขึ้นต้องเป็นคนดีแน่นอน เป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องลิขิตรักยืมพันธุ์ มีแสงสว่างท่ามกลางความมืดมน
ชอบการถ่ายทำในตรอกซอยเก่าๆ มาก มันให้อารมณ์เหงาๆ แต่ก็มีเสน่ห์ แสงแดดที่ส่องผ่านต้นไม้ลงมาบนถนนมันสวยมาก ฉากที่พระเอกนางเอกเดินคุยกันมันดูโรแมนติกแต่ก็แฝงความตึงเครียดไว้ด้วย การตัดภาพไปที่อดีตในถนนเส้นเดิมแต่มันดูหม่นหมองกว่า มันสื่อถึงเวลาที่เปลี่ยนไปแต่ความเจ็บปวดยังคงอยู่ การเดินเรื่องในลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำได้ดีมากที่ทำให้คนดูอยากติดตามต่อ
ฉากที่เด็กชายนั่งร้องไห้เงียบๆ หลังจากถูกทำร้าย มันเจ็บปวดกว่าฉากที่ผู้หญิงตะโกนด่าเสียอีก สีหน้าของเด็กชายที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันสื่อถึงความหมดหวัง แต่พอเด็กหญิงเข้ามาจับมือเขา แววตาก็เปลี่ยนไปเป็นมีความหวัง การแสดงของเด็กทั้งสองคนธรรมชาติมาก ไม่ดูเป็นการแสดงเลยแม้แต่น้อย เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ สอนให้รู้ว่าความเมตตาสามารถเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้
ผู้หญิงในชุดเดรสสีม่วงดูสวยแต่การกระทำของเธอกลับโหดร้ายมาก การที่เธอถือไม้กวาดไล่ตีเด็กน้อยมันทำให้คนดูรู้สึกโกรธมาก แต่พอเห็นสีหน้าของเธอตอนเด็กหญิงเข้ามาห้าม มันดูเหมือนเธอจะรู้สึกผิดบ้างเล็กน้อย หรืออาจจะแค่ตกใจที่ถูกเด็กเล็กๆ ห้ามไว้ การแสดงของเธอทำให้ตัวละครนี้ดูซับซ้อน ไม่ใช่แค่ผู้ร้ายธรรมดาๆ ในลิขิตรักยืมพันธุ์ มีตัวละครแบบนี้ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้น
ดูแล้วรู้สึกว่าพระเอกกับนางเอกน่าจะเป็นพี่น้องหรือคนในครอบครัวเดียวกันที่พลัดพรากจากกัน การที่พวกเขาเดินคุยกันด้วยสีหน้าจริงจังมันทำให้รู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องสำคัญมาก ฉากที่ตัดไปที่อดีตที่มีเด็กสองคนช่วยกันมันยิ่งยืนยันว่าพวกเขามีความเชื่อมโยงกัน การกลับมาเจอกันในลิขิตรักยืมพันธุ์ ครั้งนี้คงจะเปิดเผยความลับทั้งหมดที่ทำให้พวกเขาต้องแยกจากกัน
ฉากที่เด็กหญิงหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วให้เด็กชาย มันดูเล็กน้อยแต่มีความหมายมากสำหรับเด็กยากจนอย่างเขา การที่เธอจับมือเขาแล้วพูดอะไรบางอย่าง มันคือสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน เงินอาจจะซื้อความสุขไม่ได้แต่มันซื้อความหวังได้ การแสดงของเด็กหญิงตอนให้เงินมันดูจริงใจมาก ไม่ดูเป็นการแสดงเลย เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ สอนให้รู้ว่ามิตรภาพที่แท้จริงไม่เกี่ยวกับเงินทอง
ชอบการถ่าย cậnหน้าของนักแสดงมาก โดยเฉพาะแววตาของพระเอกที่สื่อถึงความเจ็บปวดและความหวังปนกัน การที่เขาจ้องมองนางเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อนมันทำให้คนดูอยากรู้ว่าพวกเขามีอดีตอะไรร่วมกัน ฉากที่เด็กชายมองเด็กหญิงด้วยสายตาขอบคุณมันซึ้งมาก ไม่ต้องมีคำพูดก็เข้าใจกันได้ทั้งหมด การแสดงในลิขิตรักยืมพันธุ์ เน้นการใช้สายตาในการสื่ออารมณ์ได้ดีมาก
การตัดต่อระหว่างอดีตกับปัจจุบันทำได้ดีมาก ทำให้คนดูค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์เรื่องราวได้เอง ฉากที่เด็กน้อยถูกทำร้ายมันทำให้คนดูรู้สึกสงสารมาก แต่พอตัดมาที่ปัจจุบันที่พระเอกนางเอกเดินคุยกัน มันทำให้สงสัยว่าพวกเขาเอาตัวรอดมาจากอดีตที่โหดร้ายนั้นได้อย่างไร การเดินเรื่องในลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำได้ดีที่ทำให้คนดูตั้งคำถามและอยากหาคำตอบด้วยตัวเอง
ฉากย้อนอดีตที่ทำออกมาได้สมจริงมาก เห็นภาพเด็กน้อยถูกทำร้ายแล้วใจสลายจริงๆ การที่ผู้หญิงในชุดสีม่วงถือไม้กวาดไล่ตีเด็กมันโหดร้ายเกินไป แต่โชคดีที่มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ เข้ามาช่วยไว้ทัน ช่วงเวลาที่เธอหยิบเงินให้เด็กชายแล้วจับมือกัน มันคือความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของชีวิต ดูแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ ช่างดึงอารมณ์คนดูได้เก่งกาจ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม