ชอบจังหวะการตัดต่อตอนที่พระเอกเดินออกมาจากคาเฟ่แล้วไปเจอนางเอกอีกคนทันที มันเหมือนการเปลี่ยนโหมดอารมณ์จากหนักอึ้งมาเป็นความเย็นชาทันที ฉากกลางแจ้งที่แดดแรงๆ กับชุดโค้ทสีเบจของนางเอกคนใหม่ดูเข้ากันมาก แววตาของเธอตอนมองพระเอกดูท้าทายและเยือกเย็นต่างจากคนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เรื่องลิขิตรักยืมพันธุ์เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมากจริงๆ
สังเกตไหมว่าพระเอกแทบจะไม่ยิ้มเลยตลอดทั้งคลิป แต่สายตาเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนคุยกับนางเอกคนแรกเขาดูรำคาญและพยายามหลีกเลี่ยง แต่พอมาเจอนางเอกชุดเบจ สายตาเขาดูสนใจและจริงจังมากขึ้น แม้จะยังดูเย็นชาอยู่ก็ตาม การจับข้อมือตอนท้ายฉากเป็นจุดพีคที่บอกเลยว่าความสัมพันธ์ของคู่นี้ในลิขิตรักยืมพันธุ์ไม่ธรรมดาแน่ๆ
การแต่งตัวของตัวละครในเรื่องนี้บอกนิสัยได้ชัดเจนมาก พระเอกใส่สีดำทั้งชุดดูเป็นผู้ชายลึกลับและเข้าถึงยาก นางเอกคนแรกใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มดูเป็นผู้ดีแต่มีความอ่อนโยน ในขณะที่นางเอกคนที่สองใส่โค้ทสีเบจกับรองเท้าบูทสูงดูเป็นผู้หญิงมั่นใจและมีความเป็นผู้นำสูงมาก การจับคู่สีเสื้อผ้าในลิขิตรักยืมพันธุ์ทำออกมาได้ดูแพงและมีสไตล์มาก
มีหลายช่วงที่ตัวละครไม่ได้พูดอะไรเลยแต่เรากลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล โดยเฉพาะตอนพระเอกยืนมองนางเอกชุดเบจแล้วเธอเดินหนีไป ทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียวกลางแดด มันสื่อถึงความโดดเดี่ยวและความพ่ายแพ้บางอย่างได้ดีมาก ฉากแบบนี้ในลิขิตรักยืมพันธุ์ทำให้เราต้องกลับมาคิดตามว่าจริงๆ แล้วพระเอกต้องการอะไรกันแน่
ผู้กำกับใช้มุมกล้องระยะไกลตอนฉากในคาเฟ่เพื่อให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบมองเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่พอเปลี่ยนมาฉากนอกตึกกลับใช้มุมใกล้ขึ้นเพื่อจับอารมณ์สีหน้า โดยเฉพาะตอนพระเอกจับข้อมือนางเอก กล้องซูมเข้าไปที่มือทำให้เรารู้สึกถึงความตึงเครียดตรงนั้น เรื่องลิขิตรักยืมพันธุ์ใช้เทคนิคภาพเล่าเรื่องได้เก่งมาก