การปะทะคารมระหว่างหญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับชายชราผู้มากประสบการณ์ เป็นฉากที่ดึงความสนใจได้มากที่สุด ท่าทางของชายชราดูใจเย็นแต่ทุกคำพูดเหมือนมีมีดซ่อนอยู่ ในขณะที่หญิงสาวพยายามรักษาอาการสงบแต่แววตาแสดงความเด็ดเดี่ยว เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ ช่วงนี้สนุกมาก เพราะเราไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมการต่อรองครั้งนี้
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง เช่น สร้อยคอหยกของชายชราที่สื่อถึงความเก่าแก่และอำนาจ หรือกระเป๋าถือสีขาวของนางเอกที่ดูเรียบหรูแต่แฝงความแข็งแกร่ง ฉากที่เธอวางกระเป๋าลงก่อนเริ่มคุย แสดงให้เห็นว่าเธอเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ การใส่ใจรายละเอียดแบบนี้ทำให้การดูในแอปเนตชอร์ต อรรถรสขึ้นเยอะเลย
มีหลายช่วงที่ตัวละครไม่ได้พูดอะไรเลย แต่สายตาและการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ กลับสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะตอนที่หญิงชุดขาวนั่งฟังชายชราพูด สีหน้าเธอเปลี่ยนจากกังวลเป็นมุ่งมั่น ฉากแบบนี้หาได้ยากในละครทั่วไป แต่ในลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำออกมาได้ดีมาก ทำให้คนดูต้องตั้งใจดูทุกเฟรมเพื่อไม่พลาดความหมายที่ซ่อนอยู่
ชุดสีขาวของนางเอกตัดกับชุดสีเข้มของชายชราและหญิงชุดดำได้อย่างน่าสนใจ สีขาวอาจหมายถึงความบริสุทธิ์หรือการเริ่มต้นใหม่ ในขณะที่สีเข้มสื่อถึงอำนาจและความลึกลับ การเลือกชุดในแต่ละฉากดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ดูแล้วต้องชมทีมคอสตูมที่ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้
ฉากย้อนอดีตที่เด็กน้อยถูกรังแกไม่ใช่แค่ฉากเสริมแต่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง มันอธิบายว่าทำไมนางเอกถึงต้องต่อสู้ขนาดนี้ และทำไมเธอถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิ่งที่รัก ฉากนี้ในลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำออกมาได้สะเทือนใจมาก ทำให้คนดูเข้าใจและเอาใจช่วยเธอมากขึ้น อยากให้เธอผ่านพ้นอุปสรรคไปได้สักที