ชอบโมเมนต์ที่พระเอกนั่งฟังคุณยายพูดโดยไม่แทรกเลยแม้แต่น้อย สายตาที่มองลงต่ำและมือที่กำแน่นบนโต๊ะในลิขิตรักยืมพันธุ์ บอกเล่าความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดได้ดีกว่าบทพูดใดๆ ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่านักแสดงนำมีฝีมือการแสดงทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนมากจริงๆ
ใครจะคิดว่าฉากพูดคุยธรรมดาในร้านกาแฟสวยๆ จะแฝงไปด้วยดราม่าหนักขนาดนี้ การจัดวางมุมกล้องในลิขิตรักยืมพันธุ์ที่ทำให้เห็นทั้งความกว้างของร้านและความโดดเดี่ยวของตัวละครสองคน ช่างเป็นงานภาพที่สื่อสารอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก บรรยากาศดูสบายแต่ใจคนดูไม่สบายเลย
จังหวะที่ตัดภาพไปยังฉากแสงสีส้มสลัวในลิขิตรักยืมพันธุ์ ช่างเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำเอาขนลุกทันที จากฉากพูดคุยที่ดูสงบ กลับกลายเป็นความตึงเครียดและความลับที่ซ่อนอยู่ แสงเงาในฉากความทรงจำนั้นช่างน่าค้นหาและทำให้เราอยากติดตามต่อทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมในลิขิตรักยืมพันธุ์จริงๆ เสื้อกั๊กปักลายสีทองตัดกับเสื้อสีเขียวมรกตของคุณยาย ดูหรูหราและมีระดับมาก สะท้อนให้เห็นว่าตัวละครนี้เคยผ่านชีวิตที่ดีมาก่อน หรืออาจจะเป็นตระกูลใหญ่ การแต่งกายช่วยเสริมบุคลิกตัวละครได้โดยไม่ต้องพูดเลย
แม้จะไม่ได้ยินเสียงบทพูดชัดเจน แต่ภาษากายของคุณยายที่สั่นเครือและมือที่ประสานกันแน่นในลิขิตรักยืมพันธุ์ ก็สื่อความหมายได้ครบถ้วนว่าเป็นการขอร้องหรือการสารภาพบางอย่างที่สำคัญมาก การแสดงแบบนี้ทำให้คนดูใช้จินตนาการไปพร้อมกับตัวละครได้อย่างสนุกสนาน