ฉากกินข้าวเช้าดูสวยงามและอบอุ่นในตอนแรก แต่พอผู้หญิงอีกคนเข้ามา บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที การที่พระเอกจับมือนางเอกในชุดขาวใต้โต๊ะเป็นช็อตที่พีคมาก! มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางสายตาของคนอื่นอย่างชัดเจน นางเอกในชุดขาวพยายามทำตัวนิ่งแต่แววตาบอกความตกใจได้ดีมาก ฉากนี้ในลิขิตรักยืมพันธุ์ทำเอาคนดูจิกหมอนกันแน่นอน ความดราม่าเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
ต้องชื่นชมคอสตูมของนางเอกในชุดขาวที่ดูแพงและสง่างามมาก ตัดกับบรรยากาศที่เริ่มร้อนระอุเมื่อมีตัวละครใหม่เข้ามาแทรกแซง การวางตำแหน่งตัวละครในฉากอาหารทำได้ยอดเยี่ยม พระเอกนั่งตรงกลางเหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของปัญหา ส่วนนางเอกพยายามรักษามารยาทแต่ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านออกมา เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ช่วงนี้เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก อยากรู้ว่าเธอจะรับมือยังไง
ใครจะไปทนไหวกับฉากที่พระเอกเอื้อมมือไปจับมือนางเอกในชุดขาวแบบเนียนๆ ใต้โต๊ะอาหาร ทั้งที่ผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างๆ และกำลังพูดอะไรบางอย่าง ช็อตนี้มันสื่อความหมายมหาศาลเลยนะ มันเหมือนการปลอบโยนและการยืนยันความสัมพันธ์ไปในตัว แววตาของพระเอกที่มองนางเอกตอนนั้นมันอ่อนโยนแต่ก็เด็ดขาดมาก ดูแล้วใจละลายจริงๆ ฉากนี้ในลิขิตรักยืมพันธุ์คือที่สุดของความโรแมนติกปนดราม่า
การปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดสีดำที่มาพร้อมท่าทางมั่นใจและดูท้าทาย สร้างความขัดแย้งให้กับฉากอาหารที่เงียบสงบได้ทันที เธอเข้ามาแทรกกลางระหว่างพระเอกและนางเอกในชุดขาวอย่างแนบเนียนแต่แฝงความหมาย การแสดงออกของเธอทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาและคงมีบทบาทสำคัญในการปั่นป่วนความสัมพันธ์ของคู่พระนาง เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์นับจากนี้จะสนุกขึ้นแน่นอนเมื่อมีตัวแปรใหม่เข้ามา
ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้ความเงียบและการสื่อสารทางสายตามากกว่าบทพูด ฉากในรถที่ทั้งคู่แทบไม่พูดอะไรแต่คนดูรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน และฉากอาหารที่ทุกคนทำท่าทางกินข้าวแต่สายตาปะทะกันเต็มไปหมด มันสร้างความรู้สึกอึดอัดและลุ้นระทึกได้ดีมาก พระเอกพยายามปกป้องนางเอกในชุดขาวผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่นการจับมือ ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ในลิขิตรักยืมพันธุ์มาก
การถ่ายทำในฉากอาหารใช้มุมกล้องที่ฉลาดมาก สลับระหว่างภาพกว้างที่เห็นทุกคนในโต๊ะเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และภาพโคลสอัพที่จับสีหน้าของนางเอกในชุดขาวตอนที่ถูกแทรกแซง แสงสว่างที่ส่องเข้ามาในห้องทำให้ฉากดูสวยงามแต่ก็ยิ่งขับเน้นความขัดแย้งในใจตัวละคร การตัดต่อที่กระชับทำให้คนดูไม่เบื่อและอยากติดตามต่อทันทีว่าเรื่องในลิขิตรักยืมพันธุ์จะดำเนินไปทางไหน
เห็นใจนางเอกในชุดขาวมากที่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ทั้งที่พยายามทำตัวให้ดูสง่าและควบคุมอารมณ์ แต่แววตาที่สั่นไหวตอนที่มีคนเข้ามาใกล้พระเอกมันบอกทุกอย่างว่าเธอหวั่นไหวแค่ไหน เธอพยายามรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารแต่ความน้อยใจก็ปรากฏออกมาให้เห็น เป็นบทบาทที่ต้องใช้การแสดงที่ละเอียดอ่อนมาก และนักแสดงก็ทำได้ดีจนคนดูอย่างเราอยากกระโดดเข้าไปกอดเธอในฉากของลิขิตรักยืมพันธุ์นี้
ฉากหลังที่ดูหรูหรา ทั้งรถหรูและบ้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ดูเหมือนจะตัดแย้งกับความรู้สึกข้างในตัวละครที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสวยงามของสถานที่ทำให้ความดราม่าที่เกิดขึ้นดูเข้มข้นขึ้น เหมือนยิ่งอยู่ในที่สวยๆ ความเจ็บปวดก็ยิ่งชัดเจน นางเอกในชุดขาวที่ดูเข้ากับสถานที่แต่กลับต้องมาเผชิญกับปัญหาความสัมพันธ์ ทำให้ฉากในลิขิตรักยืมพันธุ์นี้ดูมีมิติและน่าคิดมาก
ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความรักอย่างแท้จริง เมื่อมีตัวละครที่สามเข้ามาท้าทายความสัมพันธ์ของคู่พระนาง การที่พระเอกแสดงท่าทีปกป้องนางเอกในชุดขาวอย่างชัดเจนโดยการจับมือ เป็นการประกาศสงครามเงียบๆ กับคนที่เข้ามาแทรกแซง คนดูอย่างเราคงได้เตรียมตัวดูฉากดราม่าหนักๆ ต่อไปในลิขิตรักยืมพันธุ์ เพราะแค่ฉากเปิดก็มันส์ขนาดนี้แล้ว ตอนต่อไปคงเดือดกว่าเดิมแน่นอน
ฉากเปิดเรื่องในรถช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียด สายตาของพระเอกที่มองนางเอกในชุดขาวดูซับซ้อนและกดดันมาก เหมือนมีเรื่องปิดบังกันอยู่ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่สื่ออารมณ์ได้ดีโดยไม่ต้องพูดเยอะ ทำให้คนดูอย่างเราต้องเดาใจกันตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา เรื่องราวในลิขิตรักยืมพันธุ์ช่วงนี้ดูน่าติดตามมากจริงๆ อยากให้รถถึงที่หมายเร็วๆ เพื่อจะได้รู้ว่าความเงียบนี้ซ่อนระเบิดเวลาอะไรไว้บ้าง
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม