การตัดสลับระหว่างฉากปัจจุบันกับภาพความทรงจำหรือฝันร้ายที่ทำให้น้องสาวตัวน้อยต้องสะดุ้งตื่นนั้นช่างน่ากลัวและสะเทือนใจมาก ภาพของผู้หญิงในชุดขาวที่ร่วงหล่นลงมาจากตึกเป็นฉากที่ช็อกคนดูสุดๆ มันบ่งบอกถึงปมในอดีตที่รุนแรงและเป็นสาเหตุของความขัดแย้งในปัจจุบันในเรื่อง ลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าความจริงคืออะไร
ต้องชื่นชมคอสตูมของนางเอกที่ดูสวยสง่าแต่กลับตัดกับอารมณ์ที่ดูบอบช้ำข้างใน ชุดสีฟ้าพาสเทลกับโบว์ดำดูมีเรื่องราวซ่อนอยู่ การที่เธอพยายามจะเดินจากไปแต่ถูกพระเอกดึงไว้ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในใจที่อยากไปแต่ก็ตัดไม่ขาด ฉากนี้ใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำเอาคนดูเอาใจช่วยอยากให้ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันเร็วๆ
รายละเอียดเล็กๆ อย่างการที่พระเอกเอื้อมมือไปจับแขนนางเอกแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาจับมือ แสดงถึงความพยายามอย่างที่สุดที่จะรั้งคนที่รักไว้ไม่ให้หลุดมือไป แสงวิบวับตอนจบฉากเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ยังเหลืออยู่ แม้สถานการณ์จะดูสิ้นหวังแค่ไหนก็ตาม การดำเนินเรื่องใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ เน้นอารมณ์ความรู้สึกได้ดีมาก
ฉากที่น้องสาววิ่งออกมาที่ระเบียงแล้วเห็นภาพสยองขวัญด้านล่าง เป็นจุดเปลี่ยนที่รุนแรงมาก เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยทำลายความเงียบสงบและดึงคนดูให้เข้าสู่ความตึงเครียดทันที มันทำให้รู้ว่าเหตุการณ์ในอดีตส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับเด็กๆ ในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวใน ลิขิตรักยืมพันธุ์
การถ่ายทำในห้องผู้ป่วยที่ดูเงียบสงบแต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ระหว่างสองตัวละครหลักนั้นทำได้ยอดเยี่ยมมาก แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างมาตกกระทบใบหน้าของพวกเขาช่วยเน้นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ ทุกการเคลื่อนไหวใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ ดูมีความหมายและบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดที่ทั้งคู่ต้องเผชิญร่วมกัน