การแต่งตัวของตัวละครใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ บอกเล่าบุคลิกได้ชัดเจนมาก นางเอกในชุดสีดำดูเข้มแข็งและสง่างาม ตัดกับชุดขาวในห้องแล็บที่ดูเป็นทางการ พระเอกในชุดสูทดูภูมิฐานแต่แฝงความอ่อนไหว ส่วนพระเอกอีกคนในเสื้อโค้ทสีดำดูลึกลับและมีอำนาจ การเลือกเสื้อผ้าแต่ละชุดช่วยเสริมอารมณ์ของฉากนั้นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การใช้แสงใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกและนางเอกยืนคู่กันแล้วมีแสงส่องมาจากด้านหลัง สร้างบรรยากาศที่ดูโรแมนติกแต่ก็เศร้าในเวลาเดียวกัน แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างในฉากห้องแล็บก็ช่วยเน้นความเย็นชาของสถานที่ได้ดี การใช้แสงและเงาช่วยเสริมอารมณ์ของตัวละครและทำให้ฉากต่างๆ ดูมีมิติมากขึ้น
นักแสดงใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ ทำการแสดงได้ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกพยายามอธิบายอะไรบางอย่างให้เธอฟัง สีหน้าของเขาที่เปลี่ยนจากความจริงจังเป็นความเจ็บปวดเมื่อเธอไม่ยอมรับฟัง ส่วนเธอเองก็แสดงออกถึงความสับสนและความเจ็บปวดผ่านสายตาได้อย่างน่าประทับใจ การแสดงที่สมจริงแบบนี้ทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวได้ง่ายมาก
ฉากสุดท้ายของ ลิขิตรักยืมพันธุ์ ที่พระเอกคนใหม่เข้ามาโอบกอดนางเอก ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูมากมายว่าความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจะเป็นอย่างไรต่อไป การที่พระเอกคนแรกต้องนอนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจ เป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก ฉากนี้ทำให้เราอยากติดตามตอนต่อไปทันทีว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร และใครกันแน่ที่จะได้ครองใจเธอในที่สุด
ชอบวิธีเล่าเรื่องใน ลิขิตรักยืมพันธุ์ ที่ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ ตัวละครหญิงที่ถูกเพื่อนร่วมงานรุมมองด้วยสายตาตัดสิน ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทนเธอ ฉากที่เธอเดินออกมาจากห้องแล็บแล้วเปลี่ยนชุดเป็นสีดำดูสง่า เหมือนเป็นการปลดปล่อยตัวเองจากกรอบเดิมๆ การเปลี่ยนลุคครั้งนี้สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ได้ดีมาก