ฉากในห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้ของลิขิตรักยืมพันธุ์ทำเอาใจสลายจริงๆ การที่พระเอกคุกเข่าลงเพื่อปลอบโยนหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนและความห่วงใยที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาช่วยเสริมอารมณ์ให้ฉากนี้ดูอบอุ่นแต่ก็เศร้าจับใจ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้โดยไม่ต้องมีคำพูดเยอะเลย
การปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดสีดำสนิทในลิขิตรักยืมพันธุ์ สื่อถึงความสูญเสียและความโศกเศร้าได้อย่างชัดเจน การยืนอยู่ท่ามกลางสวนที่มีดอกไม้วางอยู่ อาจหมายถึงการไว้อาลัยให้กับใครบางคน สีหน้าของเธอที่ดูหม่นหมองทำให้คนดูรู้สึกสงสารและอยากเข้าไปกอดปลอบใจทันที ฉากนี้บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาษากายได้ดีมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดในลิขิตรักยืมพันธุ์คือการแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดง โดยเฉพาะฉากที่พระเอกมองนางเอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและความรัก แม้จะไม่มีบทพูดแต่สายตาของเขาก็บอกทุกอย่างว่าเขารักเธอมากแค่ไหน การแสดงระดับนี้ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ง่ายๆ เลย
ฉากสนทนาระหว่างชายชราและชายหนุ่มในลิขิตรักยืมพันธุ์ สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางความคิดระหว่างคนสองรุ่นได้อย่างน่าสนใจ ชายชราดูเป็นผู้มีประสบการณ์และอาจกำลังสั่งสอนหรือเตือนสติ ในขณะที่ชายหนุ่มดูมีความมุ่งมั่นแต่ก็มีความเกรงใจ การปะทะกันทางความคิดแบบนี้มักจะเป็นเชื้อไฟชั้นดีของเรื่องราว ดราม่า
ดูลิขิตรักยืมพันธุ์แล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้ากับชายชรา บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงบแต่กลับมีความตึงเครียดสูงมาก เหมือนพายุที่กำลังจะเข้า การดำเนินเรื่องแบบนี้ทำให้เราต้องลุ้นตลอดเวลาว่าเรื่องร้ายๆ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่