ตัวละครชายที่นั่งรถเข็นดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างยิ่ง แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์แต่แววตากลับคมกริบและเต็มไปด้วยอำนาจ การที่เขามีสายลับคอยรายงานข่าวตลอดเวลาแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เล่นตัวจริงในวังหลวง ฉากที่เขาอ่านจดหมายแล้วสั่งให้ไปจัดการเรื่องนางเอกทันที ทำให้รู้ว่าเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เนื้อเรื่องใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ดำเนินเรื่องเร็วมากจนไม่กล้ากระพริบตา
ชอบพล็อตเรื่องที่นางเอกถูกกลั่นแกล้งสารพัดจนต้องแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอด การเปลี่ยนผ่านจากหญิงสาวผู้บริสุทธิ์มาเป็นหญิงร้ายที่พร้อมจะล้างแค้นทำได้น่าติดตามมาก ฉากที่นางเอกคุยกับสาวใช้เรื่องแผนการแต่งงานปลอมๆ เพื่อหลอกศัตรูคือจุดที่พีคสุดๆ การวางตัวละครให้แต่ละฝ่ายมีปมซ่อนอยู่ทำให้ (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ น่าดูทุกวินาที
บรรยากาศในวังดูสวยงามแต่แฝงไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว ตัวละครหญิงร้ายที่ยิ้มทั้งที่ใจคิดร้ายทำได้ดีจนคนดูอยากเข้าไปตบหน้าจริงๆ ส่วนพระเอกที่ดูเย็นชาแต่จริงๆ แล้วแอบสนใจนางเอกคือคู่จิ้นที่รอคอยมานาน ฉากที่องค์ชายสั่งให้สืบสวนนางเอกแบบเจาะลึกทำให้รู้ว่าเขาเริ่มสงสัยในตัวนางแล้ว เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ เต็มไปด้วยความหักมุม
การที่องค์ชายแกล้งทำเป็นพิการแต่จริงๆ แล้วอาจจะมีแผนการใหญ่ซ่อนอยู่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่อง การที่สายลับรายงานเรื่องนางเอกว่าเป็นเพียงสตรีขี้โรคแต่องค์ชายกลับไม่เชื่อ แสดงให้เห็นว่าเขามีสายตาที่แหลมคมมาก ฉากจบที่องค์ชายยิ้มมุมปากตอนสั่งให้ไปจัดการเรื่องนางเอกทำให้คนดูตื่นเต้นอยากรู้ตอนต่อไปมากๆ (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำออกมาได้เข้มข้นมาก
ฉากเปิดเรื่องด้วยรถม้าท่ามกลางป่าไผ่ช่างดูสงบ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อคุณหนูใหญ่ถูกใส่ร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนถูกกดหัวลงน้ำทำให้คนดูเจ็บปวดแทนจริงๆ ความแค้นที่สะสมมานานกำลังจะระเบิดออกมาใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ฉากที่นางเอกตัดสินใจไม่ยอมก้มหัวอีกต่อไปคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก