ใครจะคิดว่าสุนัขตัวเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องได้ขนาดนี้ การที่หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนแสดงความเป็นห่วงสัตว์เลี้ยงจนยอมหยุดคุยกับชายคนรัก ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจมาก ดูแล้วรู้สึกถึงความกดดันที่ตัวละครต้องเผชิญ ใน พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ฉากนี้ทำให้เห็นเลยว่าความรักบางครั้งก็ต้องยอมแพ้ให้หน้าที่หรือความรับผิดชอบ
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาก็สื่อสารได้หมดแล้ว โดยเฉพาะฉากที่ชายหนุ่มมองตามหญิงสาวไปแล้วต้องหันมาคุยเรื่องอื่นแทน สีหน้าเขาบอกทุกอย่างว่าใจเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย การแสดงใน พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ฉากนี้สุดยอดมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ เลย
ต้องชมทีมคอสตูมจริงๆ ที่เลือกชุดได้เหมาะกับอารมณ์เรื่องมาก ชุดสีดำทองของชายหนุ่มดูทรงพลังแต่ก็ดูเศร้า ในขณะที่ชุดสีฟ้าอ่อนของหญิงสาวดูบริสุทธิ์แต่ก็ดูห่างเหิน ฉากกลางคืนใน พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ยิ่งทำให้ชุดเหล่านี้โดดเด่นขึ้นไปอีก เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้เรื่องน่าดูมากขึ้น
ชอบจังหวะการตัดต่อมาก ที่สลับระหว่างฉากดราม่ากับฉากที่มีสุนัขเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เรื่องไม่หนักเกินไปแต่ก็ยังรักษาอารมณ์หลักไว้ได้ การที่ตัวละครต้องเลือกระหว่างความรักกับหน้าที่ใน พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ เป็นประเด็นที่ใกล้ตัวคนดูมาก ทำให้ติดตามต่ออยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง
ฉากที่ชายหนุ่มในรถเข็นพยายามจะตามหญิงสาวไป แต่ถูกขัดจังหวะด้วยเรื่องสัตว์เลี้ยง ทำให้เห็นความขัดแย้งในใจเขาอย่างชัดเจน การแสดงสีหน้าของเขาดูเจ็บปวดแต่ยังคงไว้ซึ่งมาดผู้ดี ฉากนี้ใน พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำเอาคนดูใจสลายแทนจริงๆ บรรยากาศยามค่ำคืนกับชุดที่งดงามยิ่งเสริมอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี