PreviousLater
Close

(พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ตอนที่ 34

like2.2Kchase2.7K
เวอร์ชันต้นฉบับicon

(พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์

หนานม่อหวนคืนมาเกิดใหม่…และคราวนี้นางไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป จากคุณหนูใหญ่ผู้เคยอ่อนแอ กลายเป็นสตรีที่เด็ดขาดจนคนทั้งจวนต้องสะท้าน—บ่าวชั่วโดนลงโทษ พี่ชายที่เคยกดหัวนางก็ไม่รอด ส่วนน้องสาวจอมวางแผนใส่ร้าย วางกับดักซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับถูกนางสวนกลับทุกครั้ง จนความลับดำมืดของตระกูลไป๋เริ่มปริแตก เมื่อหนานม่อจับมือ หมิงอวี้เฉิน จ้านอ๋องแห่งต้าฉี เธอจะชำระความชั่วให้สิ้น…หรือกลับถูกเกมอำนาจกลืนกินเสียเอง?
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ฮ่องเต้เริ่มเอะใจแล้วสิ

สีหน้าของฮ่องเต้ตอนฟังคำแก้ต่างของนางเอกคือสุดบรรยายมาก จากที่ดูจะเชื่อคำยุยงของนางร้าย ตอนนี้เริ่มมีแววสงสัยแล้วว่าการวางยาอาจจะเป็นแผนของนางร้ายเองก็ได้ ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าอำนาจในวังมันอันตรายแค่ไหน ใครประมาทคือจบเลย ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบมาก อยากดูตอนต่อไปเร็วๆ

นางร้ายหน้าเลือดจริงๆ

นางในชุดชมพูที่คุกเข่าอยู่คือตัวการชัดๆ พยายามจะโยนความผิดให้นางเอกแต่โดนสวนกลับจนหน้าแตก การแสดงของนางร้ายทำได้ดีมาก ดูแล้วอยากเข้าไปตบจริงๆ ฉากนี้คือตัวอย่างชั้นดีของคำว่า พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ที่แสดงให้เห็นว่าในวังใครฉลาดกว่าคนนั้นรอด ใครโง่คือตายสถานเดียว

บทพูดคมกริบมาก

ชอบบทพูดของนางเอกมาก โดยเฉพาะตอนที่บอกว่าถ้าฉีดยาพิษให้คนอื่นแล้วตัวเองจะไม่เป็นไร มันคือตรรกะที่ฟังดูมีเหตุผลจนฮ่องเต้ต้องคิดใหม่ การดีเบตกันในฉากนี้ทำออกมาได้สนุกมาก ไม่ยืดเยื้อ น่าติดตามสุดๆ ใครที่ชอบแนวแก้แค้นในวังห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาด

ฉากนี้พีคมาก

บรรยากาศในท้องพระโรงตอนทุกคนคุกเข่าแล้วนางเอกยืนพูดความจริง มันกดดันมากจริงๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็สวยมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุคนั้นจริงๆ เรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ เรื่องนี้ทำฉากดราม่าออกมาได้ดีมาก ทุกอารมณ์ส่งถึงคนดูจริงๆ ดูแล้วลุ้นแทนนางเอกทุกฉาก

นางเอกฉลาดมากจนน่ากลัว

ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่นางเอกในชุดเหลืองโชว์กึ๋นออกมาแบบไม่เกรงกลัวใคร การที่เธอสามารถพลิกสถานการณ์จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้าย มาเป็นการชี้หน้าด่าคนอื่นแทน มันสะใจมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้ดู พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ที่นางเอกไม่ได้ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ ฉากดราม่าในท้องพระโรงทำออกมาได้เข้มข้นมาก