ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่ฉากต่อสู้ธรรมดา แต่พอมีฉากความทรงจำย้อนอดีตเกี่ยวกับสัญญาที่ดินมูลค่ามหาศาลเข้ามา เรื่องราวก็ซับซ้อนขึ้นทันที การตัดสลับระหว่างความจริงกับความฝันใน นักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ทำได้เนียนมาก ทำให้เราต้องคอยเดาว่าฉากไหนคือเรื่องจริง ฉากไหนคือภาพหลอนของคนเจ็บ เป็นซีรีส์ที่ดูแล้ววางไม่ลงจริงๆ
ชอบตัวละครหญิงที่ถือไม้เท้ามากค่ะ ดูภายนอกอาจจะดูอ่อนแอแต่แววตาเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเจ็บปวด ฉากที่เธอยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่ปริปากบ่น แสดงให้เห็นถึงพลังภายในที่ซ่อนอยู่ การปรากฏตัวของเธอใน นักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ทำให้เรื่องราวมีความลึกซึ้งขึ้น ไม่ใช่แค่การทะเลาะเบาะแว้งของผู้ชาย แต่มีมิติของครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ต้องชมทีมโปรดักชั่นเลยค่ะ การใช้แสงสีในฉากจินตนาการที่มีมังกรไฟและสายฟ้า ตัดกับฉากจริงที่ดูหม่นหมองในลานคอนกรีต ช่วยขับอารมณ์ความขัดแย้งได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครหลักเจ็บปวดแล้วภาพซ้อนทับเป็นภูเขาหมอกใน นักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย มันสื่อถึงจิตวิญญาณที่หลุดลอยได้อย่างน่าทึ่ง ดูในแอปแล้วภาพคมชัดมาก อิ่มตาสุดๆ
เรื่องราวการเซ็นสัญญาขายที่ดินเพื่อแลกกับบางสิ่ง มันสะท้อนความโลภและความเสียสละในครอบครัวได้ดีมาก ฉากที่ชายชุดน้ำเงินนอนเจ็บแต่ยังพยายามสื่อสารบางอย่างกับคนรอบข้าง มันทำให้เรารู้สึกสงสารจับใจ ใน นักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ทุกตัวละครดูมีปมในใจของตัวเอง การที่ลูกสาวใส่ชุดนักเรียนมายืนดูพ่อเจ็บ มันยิ่งเพิ่มความสะเทือนใจเป็นสองเท่า
ดูแล้วจุกอกมากค่ะ ฉากที่ชายชุดน้ำเงินนอนกองกับพื้นแล้วพยายามชี้มือบอกความจริง มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้ดีสุดๆ การแสดงของนักแสดงนำใน นักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ทำได้สมจริงจนขนลุก บรรยากาศในลานบ้านที่ดูอึดอัดผสมกับความเงียบงัน ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย อยากรู้เหลือเกินว่าสุดท้ายแล้วเขาจะรอดไหม