การปรากฏตัวของเด็กสาวในชุดนักเรียนและภาพหญิงสาวที่ดูยากจนในฉากแฟลชแบ็ค ชวนให้สงสัยว่าเธอมีความเชื่อมโยงอย่างไรกับชายชราผู้ทรงอิทธิพล การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดในอดีตได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ดูแล้วรู้สึกอินไปกับปมดราม่าครอบครัวในนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ที่ซับซ้อนและน่าติดตามมากจริงๆ
ชอบฉากที่ชายชราสั่งให้ลูกน้องนำของมีค่าอย่างพระพุทธรูปทองและหยกไปมอบให้ใครบางคน มันสื่อถึงความต้องการไถ่ถอนหรือตอบแทนบุญคุณบางอย่างที่ค้างคาใจมานาน ฉากขบวนรถหรูวิ่งผ่านเมืองยามค่ำคืนตัดกับภาพความยากจนในอดีตช่างตัดกันเหลือเกิน เรื่องราวในนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ทำให้เราฉุกคิดเรื่องคุณค่าของเงินทองและความสัมพันธ์ในครอบครัว
สีหน้าตกใจและกังวลของชายชุดขาวกับหญิงชุดน้ำตาลเมื่อได้ยินคำสั่งจากชายชรา บ่งบอกว่ากำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน การที่ชายชราดูมุ่งมั่นที่จะทำบางอย่างแม้จะดูเหนื่อยล้าทางกายภาพ แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวมาก ฉากเหล่านี้ในนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย สร้างความลุ้นระทึกว่าสุดท้ายแล้วความลับที่ถูกปิดบังมานานจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร
พล็อตเรื่องที่ผสมผสานระหว่างความร่ำรวยในปัจจุบันกับความยากจนในอดีตผ่านตัวละครต่างๆ ทำให้เนื้อเรื่องในนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย มีมิติที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการที่ชายชราดูเหมือนจะพยายามแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปในอดีต การดำเนินเรื่องรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ทำให้คนดูสามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญต่อเนื้อเรื่องได้ครบถ้วน
ฉากเปิดเรื่องในรถหรูที่ดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดระหว่างชายชุดขาวกับหญิงชุดน้ำตาล ทำให้คนดูอย่างเราต้องจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของชายชราในชุดจีนโบราณที่ดูเหมือนจะกุมชะตากรรมทั้งหมดไว้ การตัดสลับไปยังภาพอดีตที่ดูเลือนรางยิ่งเพิ่มความลึกลับให้กับเรื่องราวในนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย อย่างมาก ใครกันแน่คือตัวจริงของเรื่องนี้กันนะ