ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การตัดสลับระหว่างโลกยุคโบราณกับโลกปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีสูง ภาพดาวเทียมและตึกระฟ้าที่ตัดกับฉากภูเขาหมอกควันสร้างความขัดแย้งที่สวยงามมาก เรื่องราวของนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ที่เชื่อมโยงสองโลกเข้าด้วยกันทำให้คนดูต้องคอยเดาว่าเหตุการณ์ไหนเกิดก่อนหลัง น่าติดตามสุดๆ
ฉากที่ตัวละครหลักใช้พลังพิเศษยิงแสงออกจากตาหรือลอยตัวเหนือพื้นดินทำออกมาได้เนียนตามาก เอฟเฟกต์แสงสีส้มที่พุ่งออกมาดูร้อนแรงและอันตรายสุดๆ ประกอบกับเสียงดนตรีที่เร้าใจทำให้ฉากต่อสู้ดูตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงก็สื่ออารมณ์ได้ดีมากตอนใช้พลัง
ฉากย้อนอดีตที่เห็นเด็กน้อยร้องไห้และผู้หญิงในชุดคลุมสีน้ำตาลยืนร้องไห้หน้ารถเก่าๆ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้เก่งมาก มันสื่อถึงความสูญเสียและความผูกพันที่ขาดสะบั้นลงได้อย่างเจ็บปวด เรื่องราวของนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ดูจะเกี่ยวข้องกับเด็กคนนี้อย่างลึกซึ้ง ทำให้คนดูอยากรู้เบื้องหลังความทุกข์นี้มาก
ชอบบรรยากาศโดยรวมของเรื่องที่เต็มไปด้วยความลึกลับและปริศนา ตั้งแต่ฉากที่ชายชราผมขาวแต่งชุดดำทองปรากฏตัวขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม ไปจนถึงฉากที่ตัวละครหลักมอบลูกกลมๆ ให้คนที่คุกเข่า มันเหมือนพิธีกรรมบางอย่างที่มีความหมายลึกซึ้ง การดูในแอปพลิเคชันทำให้ได้อรรถรสการดูที่ต่อเนื่องและสนุกมาก
การปรากฏตัวของนักบำเพ็ญเพียรคนสุดท้าย ในชุดสีน้ำเงินเก่าๆ ที่ดูสกปรกแต่ทรงพลัง ทำให้ฉากแรกที่กลุ่มคนคุกเข่ากราบไหว้ดูสมจริงและตึงเครียดมาก แววตาของเขาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความเมตตาผสมความเจ็บปวด เหมือนแบกภาระของโลกไว้คนเดียว ฉากนี้ทำเอาใจสั่นและรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตัวละครทันทีที่เห็น