ถึงพระเอกจะนั่งรถเข็นแต่เวลาออกคำสั่งใครก็กล้าขัดขืน ฉากที่สั่งทหารลากตัวขุนนางออกไปนี่คือที่สุดของความเท่ เสียงสั่งนิ่งๆ แต่ทรงอำนาจมาก ชอบตรงที่เรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ไม่ทำให้ตัวละครดูอ่อนแอแม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย การวางตัวละครแบบนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยสุดๆ
ต้องชมทีมโปรดักชั่นจริงๆ ฉากในวังแต่ละมุมสวยงามมาก แสงไฟเทียนที่ส่องสว่างทำให้บรรยากาศดูขลังและตึงเครียด ชุดตัวละครก็ละเอียดอ่อนทุกดีเทล โดยเฉพาะชุดนางเอกสีชมพูพาสเทลที่ตัดกับฉากหลังมืดๆ ได้ดีมาก ดูเรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ แล้วรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปจริงๆ
เห็นขุนนางใส่ชุดสีเทายืนสั่งการแบบอวดอำนาจแล้วรู้สึกหมั่นไส้สุดๆ แต่พอโดนนางเอกสั่งลงโทษแล้วโดนลากออกไปนี่คือความสะใจที่รอคอย การแสดงของนักแสดงบทขุนนางชั่วก็ดีมาก ทำหน้าตาแบบไม่สำนึกจนคนดูอยากกระโดดเข้าไปตบ เรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ฉากนี้ทำให้คนดูหายเครียดเลย
คิดว่าจะจบแบบธรรมดาๆ แต่ที่ไหนได้ นางเอกที่ดูเหมือนอ่อนแอกลับกลายเป็นคนสั่งการทุกอย่าง พระเอกที่ดูป่วยก็ยังมีอำนาจเต็มเปี่ยม การพลิกบทบาทของตัวละครในเรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้เลย ทุกฉากมีความตึงเครียดและน่าติดตาม อยากดูต่อทันทีที่จบตอน
ดูแล้วขนลุกเลย ฉากที่นางเอกยืนเผชิญหน้ากับขุนนางชั่วๆ แล้วสั่งลงโทษแบบไม่ไว้หน้า มันสะใจสุดๆ การแสดงสีหน้าของเธอนิ่งแต่ทรงพลังมาก เหมือนบอกว่าอย่ามาเล่นกับฉัน เรื่อง พากย์เสียง จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ นี้ทำได้ดีจริงๆ คนดูอย่างเราแค่อยากเห็นคนเลวได้รับกรรมแบบนี้แหละ