ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครทุกตัว โดยเฉพาะฉากที่หญิงชุดส้มต้องคุกเข่าขอชีวิตให้ลูกชาย ในขณะที่หญิงชุดฟ้าที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับมองด้วยสายตาเย็นชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ สะท้อนความจริงของสังคมที่คนมีอำนาจมักใช้มันในทางที่ผิด ฉากดราม่าหนักมากจนน้ำตาไหล
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เผยให้เห็นแผนการของหญิงชุดแดงที่ดูเหมือนอ่อนโยนแต่จริงๆ แล้วฉลาดและวางแผนมาอย่างดี การที่เธอใช้สุนัขเป็นเครื่องมือในการทดสอบจิตใจของคนรอบข้างเป็นเรื่องที่ฉลาดมาก เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำให้เราเห็นว่าการเอาตัวรอดในวังหลวงต้องใช้ทั้งสติและกลยุทธ์
ฉากที่หญิงชุดแดงนั่งเล่นกับสุนัขสีขาวในขณะที่สั่งให้คนไปจัดการเรื่องแต่งงานของขุนนางใหญ่ทำให้เห็นถึงความขัดแย้งในตัวละครได้อย่างชัดเจน ความงามภายนอกซ่อนความเด็ดขาดภายใน เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่าความดีและความชั่วอยู่ที่ไหนกันแน่ การแสดงยอดเยี่ยมมาก
ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เรียนประวัติศาสตร์ผ่านละคร การที่ตัวละครแต่ละตัวมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันทำให้เรื่องราวมีความลึกซึ้ง หญิงชุดส้มที่รักลูกจนยอมทำทุกอย่าง หญิงชุดฟ้าที่ต้องการอำนาจ และหญิงชุดแดงที่ต้องการแก้แค้น เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ สอนให้เราเห็นว่าอำนาจมักมาพร้อมกับความสูญเสียเสมอ
ฉากเปิดเรื่องทำให้ขนลุกทันทีเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของชายหนุ่มที่ถูกทำร้าย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความเย็นชาของหญิงชุดฟ้าที่สั่งให้ฆ่าสุนัขเพียงเพราะมันกัดเธอ เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จากเหยื่อ สู่ผู้ล่าบัลลังก์ แสดงให้เห็นว่าอำนาจสามารถเปลี่ยนคนให้โหดเหี้ยมได้แค่ไหน การแสดงของนักแสดงนำทำให้เราเอาใจช่วยตัวละครที่ถูกกดขี่อย่างแท้จริง