ตอนจบของฉากนี้ในรักบนคมดาบทำได้ดีมากที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูสงสัย การที่ตัวละครหญิงหยิบถุงผ้าสีม่วงออกมาทำให้คนดูอยากรู้ว่าข้างในคืออะไร และทำไมตัวละครชายถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้น มันเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องที่ทำให้การต่อสู้เปลี่ยนจากความรุนแรงมาเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่าเดิม
รักบนคมดาบนำเสนอฉากต่อสู้ที่รุนแรงแต่กลับมีความสวยงามอย่างน่าประหลาด การเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวเหมือนการเต้นรำประกอบกับแสงสีที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน ทำให้ทุกเฟรมดูเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต ชวนให้คิดว่าความรุนแรงกับความงามสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้ามีการนำเสนอที่ถูกวิธีและมีความตั้งใจจริง
การเลือกชุดสีแดงของนางเอกในรักบนคมดาบเป็นไอเดียที่ฉลาดมาก เพราะมันตัดกับโทนสีฟ้าเข้มของฉากกลางคืน ทำให้สายตาเราจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของเธอทันที ทุกครั้งที่เธอกระโดดหรือฟันดาบ ชุดจะพลิ้วไหวเหมือนเปลวไฟที่กำลังลุกโชน สร้างความสวยงามที่แฝงความดุร้ายไว้ได้อย่างลงตัวจริงๆ
ตัวละครชายในรักบนคมดาบที่ใส่หน้ากากเงินดูมีเสน่ห์แบบลึกลับมาก แววตาที่มองผ่านช่องว่างของหน้ากากสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย การออกแบบหน้ากากที่มีลวดลายวิจิตรช่วยเพิ่มบารมีให้ตัวละครดูเป็นผู้มีอำนาจหรือมีฐานะสูงส่ง ทำให้คนดูอยากรู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นเขาซ่อนอะไรไว้บ้าง
ฉากดวลดาบบนหลังคาในรักบนคมดาบทำออกมาได้ตื่นเต้นมาก การที่ตัวละครต้องทรงตัวบนกระเบื้องที่ลาดชันขณะที่กำลังต่อสู้เพิ่มระดับความยากและความเสี่ยงเข้าไปอีก ทุกย่างก้าวดูเหมือนจะพลาดไม่ได้เลย เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วบริเวณสร้างความรู้สึกสมจริงจนคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย