ต้องชื่นชมนักแสดงในเรื่องรักบนคมดาบ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะตอนที่ฝ่ายหญิงก้มหน้าหลบตา แสดงถึงความเขินอายและความไม่แน่ใจในความรู้สึก ส่วนฝ่ายชายที่พยายามควบคุมอารมณ์แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว การแสดงที่ธรรมชาติแบบนี้ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ง่ายๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของฉากนั้นจริงๆ
การเล่าเรื่องในรักบนคมดาบ ฉากนี้มีการปูอารมณ์มาอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง เริ่มจากการนั่งคุยกันเงียบๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การสัมผัสที่ใกล้ชิดขึ้น จังหวะการตัดต่อที่สลับระหว่างภาพใกล้และภาพไกลช่วยให้เราเห็นรายละเอียดของอารมณ์ตัวละครได้ชัดเจน จนมาถึงฉากจูบที่ทุกอย่างระเบิดออกมาพร้อมกัน ช่างเป็นงานกำกับที่เข้าใจจิตวิทยาคนดูอย่างแท้จริง
นอกจากเนื้อเรื่องแล้ว รักบนคมดาบ ยังโดดเด่นในเรื่องความสวยงามของเครื่องแต่งกาย ชุดฮั่นฝูสีพาสเทลของฝ่ายหญิงตัดกับชุดสีฟ้าของฝ่ายชายได้อย่างลงตัว ฉากหลังที่เป็นห้องแบบจีนโบราณพร้อมแสงเทียนยิ่งเพิ่มบรรยากาศให้ดูขลังและโรแมนติก ทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบอย่างประณีต ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความตั้งใจของทีมผลิต ความเพลิดเพลินทางสายตาเช่นนี้หาได้ยากในซีรีส์ทั่วไป
สิ่งที่ทำให้รักบนคมดาบ น่าติดตามคือเคมีระหว่างตัวละครหลัก ทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมาก แม้จะไม่มีบทพูดเยอะแต่ก็สื่อสารกันผ่านสายตาและการกระทำได้ดี การที่ฝ่ายชายค่อยๆ เข้าไปหาฝ่ายหญิงอย่างระมัดระวัง แล้วสุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานความรู้สึกได้ มันคือโมเมนต์ที่ทำให้คนดูใจละลายจริงๆ ช่างเป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีที่สุด
ฉากนี้ในรักบนคมดาบ ใช้เทคนิคแสงและเงาได้อย่างชาญฉลาด แสงเทียนที่ส่องสว่างเพียงบางส่วนทำให้ใบหน้าของตัวละครมีมิติและดูมีอารมณ์มากขึ้น โดยเฉพาะตอนที่ทั้งคู่กำลังจะจูบกัน แสงที่ค่อยๆ จางลงและเบลอภาพช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน เป็นการใช้เทคนิคทางภาพเพื่อเสริมอารมณ์เรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก