พล็อตเรื่องใน ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก การที่ หลินจิ่นหง ต้องวางมาดเป็นหัวหน้างานที่เข้มงวดต่อหน้าลูกน้อง แต่พอหันมาเจอ เหวินอวี้ซือ เท่านั้นก็เปลี่ยนเป็นแมวเชื่องทันที ฉากที่เธอเข้าไปหาเขาบนโซฟาแล้วจูบกันนั้นช่างเย้ายวนและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน ดูแล้วใจเต้นแรงตามตัวละครจริงๆ
ต้องยกนิ้วให้เคมีระหว่าง เหวินอวี้ซือ และ หลินจิ่นหง ใน ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ที่เข้าขากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉากดราม่าในห้องประชุมหรือฉากโรแมนติกในห้องทำงานส่วนตัว ทุกโมเมนต์ดูเป็นธรรมชาติและไม่ฝืนเลยสักนิด โดยเฉพาะฉากที่เธอกระซิบข้างหูแล้วเขาทำท่าทางเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ช่างเป็นฉากที่ดูซ้ำได้ไม่เบื่อ
ความตื่นเต้นของ ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ อยู่ที่การเดินเรื่องบนเส้นด้ายระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว การที่ทั้งคู่ต้องแอบคบกันท่ามกลางสายตาของพนักงานคนอื่นสร้างความกดดันที่คนดูสัมผัสได้จริง ฉากที่ หลินจิ่นหง พยายามทำตัวเป็นปกติในขณะที่ หลินจิ่นหง ยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะประชุมนั้นตึงเครียดมาก แต่พอฉากตัดมาตอนส่วนตัวก็หวานจนจิกหมอนขาดเลย
ถ้าพูดถึงฉากโรแมนติกใน ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ต้องยกให้ฉากที่ หลินจิ่นหง โน้มตัวลงมาจูบ เหวินอวี้ซือ บนโซฟาในห้องทำงาน แสงไฟสลัวๆ กับดนตรีประกอบที่คลอเบาๆ ทำให้ฉากนี้ดูมีมิติและโรแมนติกสุดๆ การแสดงสีหน้าของ เหวินอวี้ซือ ที่ทั้งเขินและต้องการทำให้คนดูใจละลายตามไปด้วย เป็นฉากที่ดูแล้วอยากให้มีฉากแบบนี้ยาวๆ เลย
บรรยากาศในห้องประชุมที่ตึงเครียดกลับกลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับความสัมพันธ์ลับของพวกเขา สายตาที่แอบมองกันระหว่าง เหวินอวี้ซือ และ หลินจิ่นหง บอกเล่าเรื่องราวมากกว่าคำพูดใดๆ ใน ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ความรู้สึกอึดอัดแต่หวานซ่อนเปรี้ยวทำให้คนดูอย่างเราต้องจิกหมอนตามไปด้วยจริงๆ ฉากจูบในห้องทำงานช่างกล้าหาญและเร้าใจจนลืมหายใจไปเลย