ดูศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ แล้วต้องยอมรับว่าบทพระเอกเขียนมาดีมาก ใส่สูทสีดำดูภูมิฐานแต่แววตาดูอันตราย ฉากที่เขาเดินเข้ามาแล้วนางเอกต้องวางหูโทรศัพท์ทันที แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เขามีเหนือเธออย่างชัดเจน การตัดสลับไปหาผู้ชายใส่แว่นที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางมั่นใจ ยิ่งเติมปมดราม่าให้เข้มข้นขึ้น ใครที่ชอบแนวชิงไหวชิงพริบในออฟฟิศ เรื่องนี้ตอบโจทย์มากจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ คือการแสดงผ่านสายตาของนักแสดงนำ พระเอกไม่ต้องพูดเยอะแต่แค่จ้องมองก็สื่ออารมณ์ได้หมด ทั้งความกังวล ความโกรธ และความหวังลึกๆ ในใจ ฉากที่เขาคุยโทรศัพท์แล้วมองไปทางอื่นสลับกับมองนางเอก ทำให้เรารู้สึกว่าเขาพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง ส่วนนางเอกก็แสดงความเป็นเด็กใสซื่อแต่แฝงความกล้าได้ดีมาก การแสดงระดับนี้หาชมได้ยากในซีรีส์สั้น
ใครคิดว่าศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ จะเป็นแค่เรื่องรักหวานซึ้งต้องคิดใหม่ เพราะพล็อตเรื่องมีความเป็นระทึกขวัญผสมอยู่ด้วย ฉากที่พระเอกเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบแล้วทุกอย่างหยุดนิ่ง มันสร้างแรงกดดันให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามตัวละคร การที่เรื่องราวดำเนินผ่านบทสนทนาทางโทรศัพท์เป็นหลัก แต่กลับทำให้เราจินตนาการไปถึงเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ฉลาดและน่าสนใจมาก
ต้องชมทีมคอสตูมของศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ที่เลือกเสื้อผ้าได้ตรงกับบุคลิกตัวละครมาก นางเอกใส่เสื้อไหมพรมสีเขียวอ่อนกับกางเกงยีนส์ ดูเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง ส่วนพระเอกใส่สูทสีดำทั้งชุดดูเป็นผู้ใหญ่และมีอำนาจ การที่พระเอกใส่เนคไทสีดำสนิทตัดกับเสื้อขาว ยิ่งเสริมลุคให้ดูเย็นชาและเข้าถึงยาก ในขณะที่ผู้ชายใส่แว่นใส่เนคไทลายดูมีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ช่วยเสริมเรื่องราวให้สมจริงและน่าติดตาม
ฉากเปิดเรื่องในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ทำเอาคนดูใจเต้นตามนางเอกที่ใส่เสื้อสีเขียวพาสเทลดูสดใส แต่พอพระเอกเดินเข้ามา บรรยากาศเปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที! สายตาที่เขามองเธอไม่ใช่แค่เจ้านายมองลูกน้อง แต่มันมีความซับซ้อนซ่อนอยู่ การที่เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครสักคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ยิ่งทำให้เราสงสัยว่าเบื้องหลังความหล่อเหลานี้มีปมอะไรซ่อนอยู่ ต้องรอดูตอนต่อไปว่าเธอจะหลุดจากเกมนี้ได้อย่างไร