ชอบมากตรงที่ไม่มีการตะโกนด่าทอ แต่ใช้การกระทำอย่างการกดลบรายชื่อในมือถือและการลากกระเป๋าขึ้นบันไดเพื่อบอกว่าจบกันจริงๆ มันคือความสิ้นหวังที่เงียบเชียบแต่ทรงพลังมาก ตัวละครชายที่พยายามจะรั้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ยิ่งทำให้รู้สึกสงสารทั้งคู่ เรื่องราวในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ช่วงนี้บอกเลยว่าดราม่าหนักมาก ใครใจอ่อนห้ามดูตอนดึก
การตัดสลับระหว่างฉากกินปิ้งย่างที่ดูมีความสุข กับฉากปัจจุบันที่เธอต้องมานั่งร้องไห้คนเดียวบนบันได มันช่างตัดกันเหลือเกิน ทำให้เห็นชัดเจนว่าความรักมันเปลี่ยนคนได้แค่ไหน จากที่เคยหัวเราะด้วยกัน ตอนนี้เหลือแค่ความเงียบงัน การแสดงของนางเอกในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ช่วงนี้พัฒนาขึ้นมาก น้ำตาไหลออกมาโดยที่คนดูก็ร้องตามไม่รู้ตัว
ชอบฉากที่เธอพยายามลากกระเป๋าขึ้นบันไดแล้วมันตก มันเหมือนสัญลักษณ์ว่าภาระในใจมันหนักเกินกว่าจะแบกไหวแล้ว การที่เธอเลือกจะนั่งร้องไห้ตรงนั้นแทนที่จะเดินต่อทันที มันสื่อถึงความอ่อนล้าทั้งกายและใจได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกอยากเข้าไปกอดตัวละครนี้จริงๆ ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ เรื่องนี้เก็บรายละเอียดอารมณ์ได้ละเอียดมากจนน่าทึ่ง
ดูเหมือนว่าเธอจะรอคอยการเปลี่ยนแปลงจากเขามานาน แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไป การตัดสินใจเดินออกมาทั้งน้ำตาจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักตัวเอง แม้ฉากจบจะดูเศร้าแต่ก็ให้ความรู้สึกโล่งใจบางอย่าง การแสดงสีหน้าที่พยายามยิ้มทั้งที่น้ำตาไหลในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ คือฉากที่ตราตรึงใจที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งปีเลยก็ว่าได้
บรรยากาศในห้องที่อบอุ่นกลับตัดกับความเย็นชาในใจของตัวละครหญิง การที่เธอตัดสินใจลบเบอร์และเดินจากไปพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่สะสมมานานจนทนไม่ไหว ฉากนี้ในศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ทำเอาคนดูจุกอกตามไปด้วยจริงๆ ความละเอียดอ่อนในการแสดงสีหน้าตอนนั่งร้องไห้บนบันไดคือจุดพีคที่ไม่มีใครต้านทานได้