ชอบมุมกล้องที่จับภาพตัวละครชายยืนแอบมองผ่านประตูกระจกมาก มันสื่อถึงความห่างเหินแต่ก็อยากรู้อยากเห็นในเวลาเดียวกัน การที่เขาถือถุงช้อปปิ้งแล้วโทรหาใครสักคนในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเครียดกับงาน ช่างเป็นภาพที่ตัดกันจนน่าสงสัยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ เรื่องราวใน ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ดูจะซับซ้อนกว่าแค่เรื่องงานธรรมดาๆ แน่นอน
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะก็รู้สึกรับอารมณ์ได้เต็มๆ จากสีหน้าและแววตาของนักแสดง โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวในเสื้อกั๊กเหลืองลุกขึ้นยืนกอดแฟ้มสีฟ้าแน่น แสดงออกถึงความกังวลและความไม่แน่ใจอย่างชัดเจน ในขณะที่เจ้านายก็ดูจะพยายามควบคุมสถานการณ์ การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้ ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ น่าติดตามมาก อยากดูต่อว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร
ฉากตัดภาพมาที่วิวเมืองตอนกลางคืนสวยงามแต่ก็โดดเดี่ยว เหมือนกับความรู้สึกของตัวละครที่ต้องเผชิญปัญหาคนเดียวในออฟฟิศกว้างใหญ่ การวางองค์ประกอบภาพระหว่างความสว่างของเมืองกับความมืดในใจตัวละครทำได้ดีมาก ดูแล้วอินไปกับบรรยากาศสุดๆ ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ ไม่ได้มีดีแค่พล็อตเรื่องแต่ยังใส่ใจในรายละเอียดของภาพและอารมณ์ร่วมด้วย
จังหวะที่ตัวละครชายก้าวเข้ามาในห้องพร้อมสายตาคมกริบ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที จากความเงียบเหงากลายเป็นความตึงเครียดที่จับต้องได้ ปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสองคนที่มีต่อเขาแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและอาจมีปมด้อยบางอย่างซ่อนอยู่ ดูแล้วลุ้นแทบทุกวินาทีว่า ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ จะหักมุมเราไปอีกทางไหน
ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศตอนกลางคืนช่างดูอึดอัดและกดดันเหลือเกิน แสงไฟสลัวกับสีหน้าเคร่งเครียดของตัวละครหญิงในเสื้อสีน้ำตาลสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดีมาก การที่ตัวละครชายแอบมองอยู่ภายนอกยิ่งเพิ่มมิติของความลับและความตึงเครียดให้เรื่องราว ดูเหมือนว่า ศึกรักบัลลังก์ออฟฟิศ เรื่องนี้จะเล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมากจริงๆ ใครที่ชอบดราม่าในที่ทำงานห้ามพลาดเลยนะ