รายละเอียดเล็กๆ อย่างลูกประคำในมือพระเอก หรือการที่ชายชุดเบจแอบทำบางอย่างกับบุหรี่ก่อนจะส่งต่อให้บริกรสาว เป็นจุดที่ชวนสงสัยสุดๆ มันเหมือนมีแผนการร้ายซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม การที่พระเอกเริ่มมีอาการเหมือนถูกวางยาหลังจากนั้น ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าบริกรสาวคนนี้จะทำยังไงต่อไป จะช่วยหรือจะซ้ำเติมกันแน่
ตอนแรกเห็นพระเอกดูอ่อนแรงจนน่าเป็นห่วง แต่พอเขาออกแรงฮึดสุดท้ายดึงตัวนางเอกนั่งตักได้ มันช่างเป็นฉากที่พีคมาก! สายตาที่มองกันตอนนั้นบอกอะไรได้มากมาย ทั้งความสับสนและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ การเปลี่ยนจากสถานการณ์ตึงเครียดมาเป็นความใกล้ชิดแบบนี้ ทำเอาคนดูใจเต้นตามไปด้วยเลยจริงๆ
นางเอกในชุดบริกรดูภายนอกเหมือนพนักงานทั่วไป แต่แววตาและความกล้าที่เข้าไปหาพระเอกตอนเขามีอาการผิดปกติ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน หรือเธออาจจะรู้เห็นเป็นใจกับแผนการบางอย่าง? การที่เรื่อง รักนี้ใช่เวลาพอดี เลือกให้ตัวละครหญิงมีบทบาทที่แข็งกล้าแบบนี้ ทำให้เนื้อเรื่องดูมีมิติและน่าติดตามขึ้นเยอะเลย
ต้องชมทีมโปรดักชั่นที่ใช้แสงสีในคลับได้เก่งมาก ช่วงแรกแสงสีฟ้าเขียวให้ความรู้สึกเย็นชาและอันตราย พอถึงฉากที่พระเอกเริ่มมีอาการ แสงก็เปลี่ยนเป็นโทนร้อนและเบลอๆ ช่วยสื่อถึงความรู้สึกมึนงงและร้อนรนภายในได้ดีมาก การเล่าเรื่องผ่านภาพแบบนี้ทำให้เราอินกับตัวละครโดยไม่ต้องมีคำพูดเยอะเลย
ตัวละครชายชุดเบจนี่น่าสนใจมาก ทำท่าทางเหมือนคนรับใช้แต่แววตาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม การที่เขาพยายามจัดแจงทุกอย่างให้พระเอกดูมีพิรุธชัดเจน เหมือนเขากำลังทดสอบอะไรบางอย่างหรือต้องการให้พระเอกตกอยู่ในสถานการณ์จำยอม คนดูอย่างเราอยากทราบจริงๆ ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นซ่อนแผนการอะไรไว้