ฉากที่ผู้ชายในสูทสีครีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลยนะ เหมือนมีข่าวร้ายบางอย่างมาถึง ทำให้บรรยากาศจากที่เคยตึงเครียดอยู่แล้วกลายเป็นวิกฤตทันที การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงทุกคนในฉากนี้สมจริงมาก เรื่องมองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้สร้างปมดราม่าได้รวดเร็วและน่าติดตามสุดๆ
ชอบฉากที่หญิงสาวในชุดสีม่วงยืนนิ่งๆ มองชายชุดดำโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่สายตาของเธอกลับสื่อความหมายได้มากมาย ทั้งความกลัว ความน้อยใจ และความหวังที่ริบหรี่ การแสดงแบบนี้ต้องใช้ฝีมือจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเยอะๆ แล้วจะดี เรื่องมองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้สอนให้เราเข้าใจว่าบางครั้งความเงียบก็ทรงพลังกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น ประทับใจมาก
ฉากหลังเป็นโรงแรมห้าดาวที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง มีโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ส่องแสงระยิบระยับ แต่กลับกลายเป็นฉากหลังของความทุกข์ทรมานของตัวละคร ความขัดแย้งระหว่างความสวยงามของสถานที่กับความเจ็บปวดของมนุษย์ทำให้เรื่องมองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้มีความลึกซึ้งมากขึ้น เหมือนจะบอกว่าความสุขภายนอกอาจซ่อนความทุกข์ภายในไว้ก็ได้
ฉากที่หญิงสาวเดินเข้ามาในโรงแรมแล้วไม่มีใครต้อนรับอย่างอบอุ่น มีแต่สายตาเย็นชาและการกีดกันจากบอดี้การ์ด ช่างเป็นภาพที่สะเทือนใจมาก เหมือนเธอเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเอง เรื่องมองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้เล่นกับความรู้สึกของการถูกปฏิเสธได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปกับตัวละคร อยากให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้เร็วๆ
ฉากเปิดเรื่องด้วยรถเบนซ์สีดำเงางามจอดหน้าโรงแรมหรู ดูเหมือนงานเลี้ยงรวมครอบครัววันไหว้พระจันทร์จะเต็มไปด้วยความสุข แต่พอเห็นสีหน้าของหญิงสาวในชุดสีม่วงแล้วรู้สึกหดหู่ใจ การที่ผู้ชายในสูทสีเทากอดเธอไว้แน่นเหมือนพยายามปลอบโยนอะไรบางอย่าง ชวนให้สงสัยว่าเบื้องหลังความหรูหราในเรื่องมองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่ บรรยากาศตึงเครียดมาก