เห็นภาพลูกชายในเสื้อยืดสีส้มถือค้อนวิ่งอาละวาดแล้วรู้สึกจุกอกมาก เขาไม่เพียงแต่ทุบโทรทัศน์และเครื่องใช้ในบ้าน แต่ยังลงมือทำลายโครงสร้างดินของตัวบ้านเองด้วยซ้ำ แววตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งตัดกับเสียงร้องไห้ของแม่ที่พยายามห้ามปราม ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจคนดูสุดๆ ใน มองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้ ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อความโกรธเข้าครอบงำ มนุษย์เราพร้อมจะทำลายรากเหง้าของตัวเองแค่ไหน
ตัวละครชายในชุดสูทสีเทายืนมองเหตุการณ์ด้วยความนิ่งสงบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ การที่เขาไม่เข้าไปห้ามปรามทันทีแต่เลือกที่จะกำหมัดแน่นและมองดูบ้านถูกทำลาย ช่างสร้างความกดดันให้คนดูอย่างมหาศาล ฉากนี้ใน มองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้ บอกเล่าเรื่องราวได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่ภาษากายก็สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากจริงๆ
จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดมาจากกระดาษใบเดียว เอกสารโอนทรัพย์สินที่ผู้หญิงในชุดลายแดงถือไว้อย่างภาคภูมิใจ กลับกลายเป็นชนวนเหตุให้ครอบครัวแตกสลาย ฉากที่แม่พยายามฉีกเอกสารแต่ไม่สำเร็จและถูกผลักจนล้ม ช่างทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ ใน มองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้ สอนให้เราเห็นว่าเอกสารทางกฎหมายอาจเย็นชา แต่ความรู้สึกของคนในครอบครัวนั้นร้อนแรงและเจ็บปวดกว่าใดๆ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในคลิปนี้ไม่ใช่การทุบทำลายข้าวของ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้หญิงในชุดลายแดงที่มองดูความหายนะที่เกิดขึ้น เธอหัวเราะอย่างมีความสุขขณะที่แม่ร้องไห้และบ้านถูกทำลาย ฉากนี้ใน มองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้ สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างน่าขนลุก เมื่อความอิจฉาและความต้องการครอบครองทำให้คนเราสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง
ฉากจบที่รถขุดดินสีเหลืองขับเข้ามาในหมู่บ้านสร้างความรู้สึกหวิวๆ ในท้อง มันเหมือนสัญลักษณ์ของการทำลายล้างครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ในขณะที่ทุกคนยังจมอยู่กับความโศกเศร้าจากการทุบทำลายภายในบ้าน การปรากฏตัวของเครื่องจักรหนักใน มองทิศเหนือคิดถึงทิศใต้ บอกเป็นนัยว่าความขัดแย้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ และอาจนำไปสู่การสูญเสียที่ใหญ่กว่าเดิม