ต้องขอปรบมือให้คอสตูมนางเอกชุดแดงในฉากต่อสู้ สวยและเท่มาก! ท่าทางเวลาขี่ม้าพุ่งเข้ามาช่วยพระเอกคือเฟิร์มสุดๆ แสงจันทร์สาดส่องทำให้ฉากนั้นดูขลังและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก แม้เวลาจะผ่านไปแต่ภาพความทรงจำนั้นยังชัดเจนในใจพระเอก จนทำให้ฉากปัจจุบันที่นางต้องไปเป็นเจ้าสาวของผู้อื่นดูเจ็บปวดทวีคูณ การแสดงสีหน้าของพระเอกตอนเห็นหยกคือกินใจมาก ดูในแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วอินจนจบทริป
บรรยากาศในงานแต่งดูอึดอัดจนหายใจไม่ออก พระเอกชุดดำแดงยืนมองนางเอกชุดฟ้าด้วยสายตาที่พูดไม่ออก ส่วนนางเอกเองก็ดูเศร้าลึกๆ แม้จะพยายามทำตัวเข้มแข็ง ฉากที่นางก้าวขึ้นเกี้ยวแล้วหันมามองเป็นครั้งสุดท้าย คือฉากที่เรียกน้ำตาได้ดีที่สุด แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในเกี้ยวเปรียบเสมือนความหวังริบหรี่ หรืออาจจะเป็นการลาจากตลอดกาล? เนื้อหาในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก
ชอบดีเทลเล็กๆ อย่างจี้หยกพระจันทร์ที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง ตั้งแต่ฉากที่พระเอกนั่งกำไว้แน่นจนนิ้วซีด ไปจนถึงฉากที่หยกตกอยู่บนพื้นผ้าสีน้ำเงิน สื่อถึงการสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุด การที่พระเอกพยายามจะเอื้อมมือไปรั้งนางเอกไว้แต่ถูกขัดจังหวะโดยขันที ทำให้รู้สึกอึดอัดแทนตัวละครมาก อยากจะตะโกนบอกให้เขาวิ่งตามนางไปเลยจริงๆ การดำเนินเรื่องกระชับและเข้มข้นมาก
ตอนจบที่พระเอกยิ้มทั้งน้ำตาตอนเห็นนางเอกในเกี้ยว มันคือยิ้มที่ยินดีหรือยิ้มทั้งที่ใจแตกสลายกันแน่? ฉากซ้อนภาพระหว่างนางเอกชุดแดงในอดีตกับชุดฟ้าในปัจจุบัน บอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงและความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญ การที่เรื่องราวจบลงด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ทำให้คนดูอย่างเราต้องรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ อยากทราบจริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะได้กลับมาครองรักกันไหม หรือต้องพลาดกันตลอดไป
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อองค์ชายนั่งกำหยกพระจันทร์แน่น สีหน้าเจ็บปวดเหมือนกำลังทรมานใจกับอดีตที่ลืมไม่ลง การตัดสลับระหว่างความทรงจำในคืนเดือนดับที่นางเอกชุดแดงขี่ม้ามาช่วย กับปัจจุบันที่นางต้องแต่งงานกับคนอื่น ช่างเสียดแทงใจคนดูสุดๆ โดยเฉพาะฉากที่นางเดินจากไปโดยหันหลังให้ น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เรื่องราวในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ดราม่าจัดเต็มจนต้องกดดูต่อไม่หยุด