ชอบฉากที่ปีศาจสาวเปิดประตูมิติสีม่วงมาก มันสื่อถึงการข้ามผ่านโลกหรือมิติบางอย่างได้อย่างน่าทึ่ง การที่เธอสามารถควบคุมพลังได้ขนาดนี้แสดงว่าเธอไม่ใช่ตัวประกอบธรรมดาแน่นอน ส่วนฉากที่นางฟ้าทั้งสามคุกเข่าดูแล้วน่าสงสารแต่ก็แฝงไปด้วยความหวัง การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะและอธรรมในเรื่องจอมมารในแดนเทพ ไม่ได้มีแค่การต่อสู้ด้วยกำลังแต่ยังรวมถึงการต่อสู้ทางจิตใจด้วย
ฉากที่ชายหนุ่มดื่มไวน์กับหญิงสาวผมม่วงในห้องมืดช่างดูโรแมนติกแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่ ไม่รู้ว่าเขาไว้ใจเธอหรือกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง การที่เธอเปลี่ยนร่างเป็นพลังงานสีแดงแล้วหายไปยิ่งทำให้เรื่องราวน่าติดตามขึ้นไปอีก ในจอมมารในแดนเทพ ความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละคู่ดูเหมือนจะมีปมซ่อนอยู่เต็มไปหมด
จากฉากทะเลทรายที่ดูเงียบเหงากลับกลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ การที่ชายหนุ่มในชุดเกราะดำสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แสดงให้เห็นถึงบารมีที่แท้จริงของเขา ส่วนฉากที่นางฟ้าผมขาวร้องไห้และโกรธแค้นยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องราวยังไม่จบง่ายๆ การเผชิญหน้ากันในจอมมารในแดนเทพ ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องเลยทีเดียว
ฉากสุดท้ายที่ชายหนุ่มนั่งบนบัลลังก์อย่างสงบท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ชวนให้คิดว่าเขาอาจจะเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง การที่ปีศาจสาวผมชมพูยิ้มอย่างมั่นใจในตอนท้ายยิ่งยืนยันว่าเกมนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพ ทิ้งปมไว้ให้คนดูต้องกลับไปคิดต่อว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะตัวจริงในศึกครั้งนี้
ฉากเปิดเรื่องในท้องพระโรงที่ดูขลังแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ ชวนให้สงสัยว่าชายหนุ่มในชุดเขียวผู้นี้คือใครกันแน่ การปรากฏตัวของปีศาจสาวผมชมพูที่ดูเย้ายวนและทรงพลังยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที เหมือนกำลังดูเกมแมวไล่จับหนูที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพ ช่างดึงดูดให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมอำนาจนี้