เห็นหญิงชุดชมพูถูกลากออกไปแล้วรู้สึกสะใจเล็กๆ แต่ก็สงสารนะ คงมีปมอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องทำขนาดนั้น ในรักนี้ใช่เวลาพอดี ฉากนี้ดราม่าจัดเต็มมาก บรรยากาศในห้องโรงพยาบาลที่ตึงเครียด บวกกับการแสดงที่สมจริงของทุกคน ทำให้เราลืมไปเลยว่านี่คือละครสั้น รู้สึกเหมือนแอบมองชีวิตจริงของคนอื่นเลยจริงๆ ค่ะ
พระเอกกับนางเอกคู่นี้เคมีแรงมาก แค่ยืนใกล้กันก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแล้ว โดยเฉพาะตอนที่เขากระซิบอะไรบางอย่างแล้วเธอทำหน้าเขินอาย มันช่างน่าเอ็นดูสุดๆ ในรักนี้ใช่เวลาพอดี เรื่องราวความรักที่ท่ามกลางวิกฤตแบบนี้ ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก อยากให้ตอนต่อไปมีฉากหวานๆ แบบนี้อีกเยอะๆ เลย
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในรักนี้ใช่เวลาพอดี มาก เช่น ต่างหูรูปผีเสื้อของนางเอกที่ดูบอบบางแต่สวยงาม เปรียบเหมือนตัวละครของเธอที่ต้องเข้มแข็งทั้งที่ข้างในเปราะบาง หรือสร้อยคอของพระเอกที่ดูเท่และมีมิติ การแต่งกายของตัวละครแต่ละคนบอกนิสัยได้ชัดเจนมาก คนทำละครใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ คนดูอย่างเราก็ฟินตามไปด้วย
ดูรักนี้ใช่เวลาพอดี แล้วอารมณ์มันขึ้นๆ ลงๆ ตามตัวละครมาก ตอนแรกก็เครียดกับฉากทะเลาะกัน พอพระเอกเข้ามาเคลียร์ทุกอย่างก็รู้สึกโล่งใจ การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนถูกปลอบโยน มันสื่อออกมาได้ลึกซึ้งมาก ไม่ต้องร้องไห้โฮก็รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง คนเขียนบทเก่งมากที่สร้างสถานการณ์บีบคั้นให้ตัวละครได้แสดงศักยภาพออกมา
ปกติฉากโรงพยาบาลมักจะดูเศร้าหรือเครียด แต่ในรักนี้ใช่เวลาพอดี ฉากนี้กลับมีความหวังซ่อนอยู่ แม้จะมีคนป่วยนอนอยู่บนเตียง แต่การที่มีคนมารุมล้อมดูแลกันแบบนี้ มันทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นของความเป็นมนุษย์ การที่พระเอกสั่งให้ลูกน้องจัดการปัญหาให้ ก็แสดงถึงอำนาจและความรับผิดชอบที่มีต่อคนรัก ดูแล้วประทับใจมากค่ะ