จากห้องนอนธรรมดา สู่ฉากห้องสีน้ำเงินที่ดูน่ากลัวและกดดัน คนร้ายที่เมื่อกี้ยังเย่อหยิ่ง ตอนนี้ต้องนอนกองกับพื้น มีคนมาย่ำหัว แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เปลี่ยนมืออย่างสิ้นเชิง พระเอกยืนมองด้วยสายตาเย็นชา แต่พอหันมามองนางเอกก็เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนทันที ความขัดแย้งนี้ทำให้เรื่อง รักนี้ใช่เวลาพอดี น่าติดตามมาก
ชอบการแสดงของนางเอกมาก ตอนที่ถูกมัดแล้วร้องไห้คือดูสมจริงและน่าสงสารมาก แต่พอพระเอกมาช่วยและกอดเธอ สีหน้าเธอเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความโล่งใจและซึ้งใจ ฉากที่เธอกอดพระเอกร้องไห้โฮคือจุดพีคของอารมณ์ ดูแล้วใจสลายแทนเธอจริงๆ ใครชอบดราม่าต้องดู รักนี้ใช่เวลาพอดี เลย
นอกจากพระเอกแล้ว ทีมบอดี้การ์ดชุดดำใส่แว่นก็เท่ไม่แพ้กัน เข้ามาจัดการคนร้ายแบบมืออาชีพ ไม่พูดเยอะทำเลย ฉากที่รุมจับคนร้ายแล้วลากออกไปคือดูสะใจมาก ทำให้พระเอกไม่ต้องเปื้อนมือเอง การมีทีมแบบนี้ทำให้พระเอกดูมีบารมีมากขึ้นอีกเยอะ ดูในแอปพลิเคชันแล้วชอบคาแรคเตอร์พวกนี้มาก
การตัดต่อจากฉากช่วยนางเอก มาสู่ฉากจัดการคนร้ายในห้องสีน้ำเงิน ทำได้ดีมาก เปลี่ยนจากบรรยากาศตึงเครียดในห้องนอน มาเป็นบรรยากาศแห่งการตัดสินในห้องปิดทึบ แสงสีน้ำเงินช่วยให้ดูขลังและน่ากลัวขึ้น พระเอกยืนนิ่งๆ แต่ส่งพลังกดดันได้มหาศาล เรื่อง รักนี้ใช่เวลาพอดี จัดวางฉากได้มีชั้นเชิงมาก
พระเอกเรื่องนี้คือตัวอย่างของ 'ปากแข็งใจอ่อน' อย่างแท้จริง ข้างนอกดูดุ เดินนำทีมมาจัดการคนร้ายแบบไม่ไว้หน้า แต่พอถึงตัวนางเอกเมื่อไหร่ ความดุหายไปหมด กลายเป็นคนปลอบโยนที่อ่อนโยนที่สุด ฉากที่ลูบหัวและกอดเธอคือซีนที่ละลายใจคนดูได้เลย ดูแล้วใจพองโตมาก