ชอบการแสดงสีหน้าของตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนผู้ชายในชุดสีดำนั่งฟังรายงาน เขาไม่ได้พูดเยอะแต่สายตาบอกทุกอย่างว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ พอได้รับกล่องของขวัญมา เขากลับยิ้มออกมาเล็กน้อย แสดงว่าของชิ้นนี้สำคัญกับเขามาก ฉากนี้ในรักนี้ใช่เวลาพอดี ทำออกมาได้ดีมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน
จากออฟฟิศที่ดูเป็นทางการ ตัดมาที่ห้องนอนที่มีแสงสีม่วงชมพู สร้างบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวในชุดคลุมสีขาวนั่งอยู่บนเตียง ดูเหงาและรอคอยอะไรบางอย่าง พอผู้ชายคนเดิมเดินเข้ามา เธอตกใจแต่ก็มีความสุข การเปลี่ยนฉากแบบนี้ในรักนี้ใช่เวลาพอดี ช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องอธิบายเยอะ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
ตอนเห็นแหวนในกล่องไม้ รู้สึกทันทีว่ามันต้องมีเรื่องราวเบื้องหลังแน่นอน เจ้านายที่ดูเย็นชากลับมีสีหน้าอ่อนโยนเมื่อเห็นของชิ้นนี้ แสดงว่าเขาคงคิดถึงใครบางคนมาก ฉากต่อมาที่หญิงสาวนั่งรออยู่ในห้อง ก็ยิ่งยืนยันว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กัน เรื่องราวในรักนี้ใช่เวลาพอดี น่าจะเกี่ยวกับความรักที่ต้องรอคอยหรือมีอุปสรรคบางอย่าง ทำให้คนดูอยากรู้ต่อไปว่าพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันไหม
ชอบการใช้แสงสีในฉากห้องนอนมาก แสงสีม่วงและชมพูทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นแต่ก็เหงาในเวลาเดียวกัน หญิงสาวในชุดคลุมสีขาวดูบอบบางและน่าปกป้อง พอผู้ชายเดินเข้ามา แสงสีฟ้าที่ส่องมาที่หน้าเขาทำให้เขาดูเท่และลึกลับ การใช้แสงแบบนี้ในรักนี้ใช่เวลาพอดี ช่วยเสริมอารมณ์ของตัวละครได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้อยู่ในฉากนั้นจริงๆ
ฉากแรกเห็นผู้ชายในชุดสีดำเป็นเจ้านายที่ดูเข้มงวดและเย็นชา แต่พอตัดมาที่ฉากห้องนอน เขากลายเป็นคนรักที่อ่อนโยนและห่วงใย การเปลี่ยนแปลงบทบาทแบบนี้ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น หญิงสาวที่ดูเหงาในตอนแรก พอเห็นเขาก็มีรอยยิ้มทันที แสดงว่าเขาคือคนที่เธอรอคอย เรื่องราวในรักนี้ใช่เวลาพอดี น่าจะเกี่ยวกับความรักที่ซ่อนอยู่ในที่ทำงาน ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นและเอาใจช่วยพวกเขา