ต้องยกนิ้วให้การแสดงของนางเอกในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ที่ถ่ายทอดความน้อยใจและความหวาดกลัวผ่านแววตาได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก แต่ทุกครั้งที่เธอก้มหน้าหรือกลั้นน้ำตา มันเหมือนมีมีดมากรีดใจคนดู ฉากที่เธอพยายามอธิบายแต่ถูกตัดบทด้วยสายตาเย็นชาของพระเอก ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความไร้พลังของผู้หญิงในวังได้ดีที่สุด
ตัวละครพระเอกในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา น่าสนใจมาก แม้ภายนอกจะดูเย็นชาและกดขี่ข่มเหง แต่แววตาที่มองนางเอกบางครั้งก็มีความลังเลซ่อนอยู่ การที่เขากำหมัดแน่นบนโต๊ะแสดงว่าเขาไม่ได้ไร้ความรู้สึกเสียทีเดียว ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่กับหัวใจนี้ทำให้ตัวละครมีมิติและน่าติดตามมาก อยากรู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะยอมเปิดใจให้เธอจริงๆ สักที
ถึงแม้เนื้อเรื่องในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา จะดูตึงเครียด แต่เคมีระหว่างพระเอกและนางเอกนั้นชัดเจนมาก ทุกครั้งที่พวกเขาอยู่ใกล้กัน ประกายไฟแห่งความขัดแย้งและความรักมันพุ่งออกมาจนคนดูสัมผัสได้ ฉากที่เขาลุกขึ้นมาหาเธอแล้วจ้องตากันใกล้ๆ นั่นแหละคือโมเมนต์ที่ทำให้หัวใจคนดูเต้นแรงที่สุด ความสัมพันธ์แบบรักๆ เลิกๆ ในวังหลวงนี่มันช่างดึงดูดใจเสียจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา คือการใช้แสงสีเพื่อสื่ออารมณ์ ฉากในห้องที่มืดสลัวกับแสงเทียนที่วูบวาบ ช่วยเน้นย้ำความโดดเดี่ยวของนางเอก ในขณะที่ฉากหน้าบัลลังก์ใช้แสงสีฟ้าที่ดูห่างเหินและเย็นชา การตัดสลับระหว่างภาพระยะใกล้ที่จับอารมณ์ตัวละครกับภาพกว้างที่แสดงความยิ่งใหญ่ของวังหลวง ทำให้การรับชมผ่านแอปเนตชอร์ตลื่นไหลและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอย่างมาก
ฉากเปิดเรื่องในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทำได้ดีมาก แสงสีฟ้าเย็นยะเยือกตัดกับความหรูหราของทองคำ สร้างความรู้สึกอึดอัดตั้งแต่แรกเห็น การที่นางเอกต้องคุกเข่าท่ามกลางความเงียบงัน ยิ่งตอกย้ำถึงอำนาจอันน่าเกรงขามขององค์ชายผู้เป็นสามี ความตึงเครียดในอากาศแทบจะจับต้องได้ ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยจริงๆ