ต้องยกนิ้วให้การแสดงของทั้งคู่ใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา โดยเฉพาะฉากที่พระเอกปลอบใจนางเอกบนเตียง สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยผสมความโกรธแค้นมันสื่อออกมาทางดวงตาได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็รู้เลยว่าเขารักกันแค่ไหน ฉากจูบที่ตามมาคือจุดพีคที่ทำให้คนดูจิกหมอนร้องกรี๊ดตามไปด้วย
ผู้กำกับใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เก่งมากในการใช้แสงเทียนและเงาตะคุ่มสร้างบรรยากาศอึดอัดในช่วงต้นเรื่อง พอพระเอกเข้ามา แสงสว่างก็เริ่มมีมากขึ้น เปรียบเสมือนเขาเป็นความหวังเดียวของเธอ การจัดองค์ประกอบภาพตอนนางเอกก้มหน้าร้องไห้แล้วพระเอกจับคางขึ้นมามันสวยและเศร้าในเวลาเดียวกัน ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเข้าไปนั่งอยู่ในห้องนั้นจริงๆ
ใครจะคิดว่าฉากเปิดที่ดูเหมือนจะจบด้วยโศกนาฏกรรม จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฉากหวานซึ้งใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา การที่นางเอกพยายามฆ่าตัวตายแต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยความรัก มันทำให้เห็นปมขัดแย้งในใจตัวละครได้ชัดเจนว่าเธอต้องแบกรับอะไรมาหนักแค่ไหน การดำเนินเรื่องเร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูติดหนึบจนไม่อยากกดข้าม
ดู ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางเอกเลย ความรู้สึกน้อยใจและอยากหนีจากทุกอย่างมันช่างใกล้เคียงกับชีวิตจริงบางช่วงมาก พระเอกในเรื่องก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่มีความเป็นมนุษย์สูงมากตอนที่เขาตกใจและรีบเข้ามาช่วย ฉากจบที่ทิ้งปมไว้ให้ติดตามต่อทำเอาคนดูอย่างเราต้องรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
แค่เห็นภาพแรกกับเทียนที่สั่นไหวก็รู้แล้วว่าเรื่องราวใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา จะต้องดราม่าหนักมาก ฉากที่นางเอกพยายามผูกคอตายแล้วพระเอกพุ่งเข้ามาช่วยทันเวลา มันช่างเป็นโมเมนต์ที่ลุ้นจนตัวเกร็ง แสงเงาในห้องมืดทึบช่วยขับอารมณ์ความสิ้นหวังของเธอออกมาได้สมบูรณ์แบบ ใครที่ดูแล้วไม่อินแสดงว่าหัวใจแข็งเกินไปจริงๆ