ชอบมุมกล้องที่จับภาพความกลัวในดวงตาของขุนนางสองคนนั้นมาก มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ฮ่องเต้ในชุดดำทองดูทรงพลังแต่ก็โดดเดี่ยวอย่างน่าประหลาดใจ ฉากการส่งมอบราชโองการเป็นจุดพีคที่ทำให้ใจเต้นแรง รู้สึกราวกับกำลังนั่งดูการตัดสินชะตาชีวิตกันจริงๆ แสงเงาในฉากช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้ยอดเยี่ยมมาก ดูแล้วอยากกดติดตามตอนต่อไปของตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทันที
ฉากนี้ไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน สีหน้าของฮ่องเต้ที่นิ่งแต่แฝงความเจ็บปวด ช่างทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ ขุนนางที่ก้มกราบดูเหมือนจะยอมจำนนแต่สายตาอาจซ่อนแผนการบางอย่างไว้ การตัดสลับระหว่างภาพกว้างของท้องพระโรงกับภาพใกล้ของตัวละครทำให้เห็นรายละเอียดอารมณ์ได้ชัดเจนมาก ฉากจบที่มีป้ายวิญญาณโผล่มาทำให้รู้สึกหนาวสันหลังวาบ เรื่องตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทำเอาอินสุดๆ
ต้องชื่นชมทีมออกแบบเครื่องแต่งกายและฉากจริงๆ ชุดสีดำทองของฮ่องเต้ดูขลังและทรงอำนาจ ตัดกับชุดสีแดงของขุนนางที่ดูโดดเด่นแต่ก็อันตราย ฉากหลังที่เป็นลายฉลุทองสวยงามแต่ก็ดูเย็นชาเหมือนความสัมพันธ์ของตัวละคร แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างสร้างมิติให้ฉากดูมีมิติและลึกลับ ทุกองค์ประกอบช่วยเล่าเรื่องตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งคำบรรยายเยอะ
ตอนแรกคิดว่าฉากนี้จะจบแค่การลงโทษขุนนาง แต่พอเห็นป้ายวิญญาณของสกุลเฉินในตอนท้าย ทำเอาอึ้งไปเลย มันเปิดปมใหม่ให้สงสัยว่าฮ่องเต้กำลังจะแก้แค้นให้ใคร หรือมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ การแสดงของนักแสดงนำสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก โดยเฉพาะแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความมุ่งมั่น ดูแล้วรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในวังวนของความแค้นนี้จริงๆ อยากรู้ตอนต่อไปของตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา จังเลย
บรรยากาศในท้องพระโรงช่างกดดันจนหายใจไม่ออก สีหน้าของฮ่องเต้ที่เปลี่ยนจากสงบเป็นโกรธแค้นสะท้อนอำนาจที่เปราะบาง ฉากที่ขุนนางก้มหน้ารับราชโองการสีเหลืองช่างดูน่าสะพรึงกลัว เหมือนรู้ว่าชีวิตตัวเองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย การแสดงสีหน้าของตัวละครแต่ละคนละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะตอนจบที่เห็นป้ายวิญญาณ ทำให้รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เรื่องราวในตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ดูลึกลับและน่าติดตามสุดๆ