ฉากที่นางเอกในชุดสีเขียวขุ่นยกแขนขึ้นโชว์รอยแผลเป็นนั้นช่างทรงพลังมาก มันเหมือนเป็นการท้าทายและเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ทุกคนพยายามปิดบัง สายตาของพระเอกที่เปลี่ยนจากสงบเป็นตกใจบอกเราได้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เห็น การดำเนินเรื่องใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เร็วและกระชับมาก ทำให้คนดูอย่างเราต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเลยสักนิด
ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้ความเงียบและการจ้องตากันเพื่อสร้างความกดดัน แทนที่จะใช้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยคำพูดรุนแรง ฉากที่ทุกคนในงานแต่งหยุดนิ่งเพื่อมองดูการกระทำของนางเอกในชุดสีเขียวขุ่นนั้นช่างน่าจดจำ เรื่อง ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในงานแต่งนั้นจริงๆ และอยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง
ชุดสีแดงของเจ้าสาวที่ดูสวยงามแต่กลับซ่อนความเย็นชาเอาไว้ ตัดกับชุดสีเขียวขุ่นของนางเอกที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความจริงใจและความเจ็บปวด การแต่งกายในเรื่องนี้สื่อถึงตัวตนของตัวละครได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะในฉากที่พระเอกต้องเลือกระหว่างพิธีการกับความจริงใจ ใน ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา การออกแบบเครื่องแต่งกายช่วยส่งเสริมอารมณ์ของเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม
ฉากจบที่พระเอกคุกเข่าลงตรงหน้าเจ้าสาวที่ทำท่าทางเหมือนจะหมดสติหรือได้รับบาดเจ็บนั้นช่างน่าตกใจ มันเป็นการหักมุมที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่างานแต่งจะลงเอยแบบนี้ ความสับสนวุ่นวายของแขกเหรื่อและสีหน้าตกใจของนางเอกในชุดสีเขียวขุ่นทำให้เรื่อง ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะในเกมความรักครั้งนี้
บรรยากาศงานแต่งที่ควรจะมีความสุข กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ฉากที่นางเอกในชุดสีเขียวขุ่นต้องเผชิญหน้ากับบ่าวสาวและแขกเหรื่อช่างน่าอึดอัด การแสดงออกทางสีหน้าของทุกคนบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ในเรื่อง ตำแหน่งฮูหยินเอก ข้าขอลา ทำให้เราเห็นถึงความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้พิธีการอันหรูหรา ช่างเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ