พล็อตเรื่องในจอมมารในแดนเทพ น่าสนใจมากตรงที่มีการนำเอาระบบเลเวลและหน้าต่างสถานะแบบเกมมาใส่ในโลกจริง ฉากที่พระเอกได้รับภารกิจหรือเลื่อนระดับทำให้คนดูรู้สึกอินเหมือนกำลังเล่นเกมไปด้วยตัวเอง ภาพกราฟิกหน้าต่างโฮโลแกรมดูทันสมัยและเข้ากับบรรยากาศยุคกลางได้ดีมาก เป็นลูกเล่นที่ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อเลย
ใครจะคิดว่าฉากทุ่งหญ้าสวยๆ ในจอมมารในแดนเทพ จะกลายเป็นสมรภูมิรบได้เร็วขนาดนี้! ฉากที่ก๊อบลินโผล่มาโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว สร้างความตื่นเต้นได้มากทีเดียว ท่าทางตกใจของพระเอกตอนถูกจับขาทำให้เห็นด้านอ่อนแอของตัวละครที่ปกติดูเข้มแข็ง การต่อสู้แม้จะสั้นแต่ก็มันส์และจบลงอย่างสวยงามด้วยพลังที่เพิ่มขึ้น
ความสนุกของจอมมารในแดนเทพ อยู่ที่เคมีระหว่างตัวละครหลักสองคนนี้มาก พระเอกที่เป็นมนุษย์ดูจริงจังและซื่อใส ตัดกับปีศาจสาวที่ดูเจ้าเล่ห์และชอบแกล้ง แต่ลึกๆ แล้วดูเหมือนจะห่วงใยกัน ฉากที่เธอช่วยเขาจากก๊อบลินหรือตอนที่เธอทำให้เขาเขิน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาอย่างธรรมชาติ คนดูรอติดตามตอนต่อไปเลย
ต้องชมทีมสร้างของจอมมารในแดนเทพ เรื่องงานภาพที่สวยงามมาก ฉากทุ่งหญ้า กังหันลม และบ้านเรือนสไตล์ยุโรป ดูสบายตาและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แม้จะมีฉากต่อสู้แต่โทนสีก็ยังสดใสไม่มืดหม่นเกินไป การออกแบบตัวละครก็ทำออกมาได้ละเอียด โดยเฉพาะชุดเกราะของพระเอกและชุดปีศาจของนางเอกที่ดูเท่และมีเอกลักษณ์
ฉากเปิดเรื่องในจอมมารในแดนเทพ ช่างสดใสเกินคาด! การที่ปีศาจสาวนั่งชิลบนเก้าอี้ผ้าใบท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ตัดกับชุดเกราะสุดเท่ของพระเอกที่ดูเครียดตลอดเวลา สร้างความตลกแบบไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูมีมิติมากกว่าแค่เพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะตอนที่เธอแกล้งเขาจนหน้าแดงก่ำ คนดูอย่างเราต้องเขินแทนเลย