ใครจะคิดว่าแม่ชีในชุดดำจะถือค้อนยักษ์แล้วพังปราสาทได้ขนาดนั้น ฉากที่เธอกระโดดลงมาพร้อมพลังทำลายล้างคือจุดพีคที่สุดของเรื่องเลยก็ว่าได้ รอยยิ้มของเธอตอนยืนท่ามกลางฝุ่นควันช่างดูอันตรายแต่ก็น่าหลงใหลสุดๆ การปรากฏตัวของทีมฮีโร่ทั้งสามคนก็ทำออกมาได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมเล่นตามบทบาทระดับพรีเมียมในจอมมารในแดนเทพ ที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นและเวทมนตร์
ฉากจบที่เผยให้เห็นโครงกระดูกในชุดคลุมดำยืนข้างพระเอกบนบัลลังก์ทำให้ผมสงสัยไปหมดเลยว่าเขาเป็นใครกันแน่ แสงสีเขียวจากไม้เท้าดูน่ากลัวแต่ก็มีเสน่ห์แบบแปลกๆ การที่พระเอกนั่งยิ้มอย่างมั่นใจทั้งที่มีสิ่งลึกลับแบบนี้เกิดขึ้นรอบตัว ทำให้รู้ว่าเรื่องจอมมารในแดนเทพคงไม่ธรรมดาแน่ๆ อยากดูต่อทันทีว่าแผนการของพวกเขาคืออะไร และแม่ชีผมขาวคนนั้นจะกลับมาเล่นงานอีกไหม
ความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกชุดเกราะกับพระเอกชุดเขียวนั้นดูอบอุ่นและมีความหวังมาก ฉากที่เขามอบดาบให้เธอแล้วเธอมองด้วยสายตาซึ้งใจ มันสื่ออารมณ์ได้ดีโดยไม่ต้องพูดเยอะเลย การที่เธอพยายามปกป้องเขาจากสัตว์ร้ายในตอนแรกก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของเธอได้ชัดเจนมาก ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครสุดๆ อยากให้พวกเขาผ่านอุปสรรคในจอมมารในแดนเทพไปด้วยกันแบบนี้ตลอดไป
การรวมตัวของสามสาวนักสู้ที่มีทั้งแม่ชีค้อนยักษ์ นักธนูผมทอง และนักรบผมสั้น คือภาพที่ทรงพลังมาก แต่ละคนมีอาวุธและสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันแต่กลับเสริมกันได้ดีเยี่ยม ฉากที่พวกเขาเตรียมพร้อมจะบุกเข้าไปในปราสาททำให้รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ การออกแบบตัวละครในจอมมารในแดนเทพทำออกมาได้สวยงามและดูมีมิติมาก โดยเฉพาะชุดเกราะและอาวุธที่วิจิตรบรรจง ดูแล้วอยากมีคาแรคเตอร์แบบนี้เป็นของตัวเองบ้าง
ฉากที่นางเอกแปลงร่างดาบเป็นแสงสีทองช่างน่าทึ่งมาก พลังที่พุ่งออกมาทำให้ปราสาทสั่นสะเทือน ดูแล้วขนลุกจริงๆ การต่อสู้กับสัตว์อสูรในตอนแรกก็มันส์ไม่แพ้กัน เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพดำเนินเรื่องเร็วมาก ไม่มีความน่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว ชอบตรงที่ตัวละครแต่ละคนมีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่พระเอกมอบดาบให้ ยิ่งดูยิ่งลุ้นว่าพวกเขาจะร่วมมือกันยังไงต่อไป