ตอนที่อัศวินในชุดเกราะสีขาวถือดาบเรืองแสงลอยลงมาช่างน่าตื่นเต้น! แต่พอเห็นจอมมารในแดนเทพ โกรธจนตาเป็นสีแดงและปล่อยพลังมืดออกมา ก็รู้เลยว่าศึกนี้ไม่ธรรมดา ฉากที่พลังทั้งสองปะทะกันเกิดเป็นแสงสว่างจ้าและคลื่นพลังงานกระจายไปทั่วสนามรบ ทำให้หัวใจเต้นแรงตามไปด้วย การออกแบบคาแรคเตอร์และเอฟเฟกต์แสงสีทำได้ดีมากจนไม่อยากกระพริบตา
ชอบฉากที่ก๊อบลินแม่ลูกนั่งกอดกันอยู่ข้างเสาหินมาก มันสื่อถึงความอ่อนแอและความหวาดกลัวได้อย่างลึกซึ้ง ในขณะที่จอมมารในแดนเทพ กำลังแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ แต่เบื้องหลังกลับมีความทุกข์ทรมานของเหล่าปีศาจระดับล่างซ่อนอยู่ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าไม่ใช่ทุกอย่างเป็นสีดำหรือขาวเสมอไป มีสีเทาแห่งความเศร้าและความหวังปนอยู่ด้วย ทำให้เรื่องนี้มีมิติมากขึ้น
ฉากที่หน้าจอโฮโลแกรมแสดงตัวเลขค่าความเชื่อลดลงทีละสิบ ห้าสิบ ร้อย นี่มันช่างกดดันสุดๆ! เหมือนเรา กำลัง ดูเกมที่มีระบบคะแนนแต่กลับกลายเป็นเรื่องชีวิตและความตายของตัวละคร ในจอมมารในแดนเทพ การใช้ระบบแบบนี้ทำให้รู้ว่าทุกการกระทำมีผลตามมาจริงๆ ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพลังแต่ยังเป็นการต่อสู้ทางจิตใจด้วย ฉากนี้ทำให้คนดูต้องคิดตามว่าถ้าเป็นเราจะทำยังไง
สถาปัตยกรรมของปราสาทในจอมมารในแดนเทพ นั้นอลังการมาก! มีรูปปั้นสัตว์ปีกและหัวปีศาจขนาดใหญ่เฝ้าประตู ดูขลังและน่าเกรงขามสุดๆ พอเห็นฉากที่พลังแสงสว่างพุ่งลงมาใส่ปราสาทแล้วเกิดระเบิดแสง ก็รู้สึกเหมือนกำลังดูภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ ฉากเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามแต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้เราอยากสำรวจทุกซอกทุกมุมของวังปีศาจแห่งนี้
ฉากเปิดเรื่องในจอมมารในแดนเทพ ทำเอาขนลุกซู่! ตัวละครชุดเกราะสีดำที่มีรัศมีสีทองลอยอยู่เหนือหัว นั่งอยู่บนบัลลังก์กลางห้วงอวกาศสีน้ำเงินเข้ม ดูทรงพลังและลึกลับมาก แสงสีม่วงที่ส่องออกมาจากหน้าจอโฮโลแกรมตัดกับพื้นหลังได้อย่างลงตัว บรรยากาศแบบนี้หาชมได้ยากจริงๆ รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และพลังอำนาจที่ไม่อาจคาดเดาได้