การปรากฏตัวของดาบสีแดงฉานพร้อมพลังงานลึกลับคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวพลิกผัน ฉากที่ตัวเอกยืนตระหง่านท่ามกลางกองทัพก็อบลินแสดงให้เห็นถึงบารมีของผู้นำที่แท้จริง การออกแบบชุดเกราะสีดำทองดูทรงพลังและน่าเกรงขามสุดๆ จอมมารในแดนเทพทำฉากต่อสู้ได้ยิ่งใหญ่ตระการตา
ฉากที่หญิงสาวผมสีทองร้องไห้จนเข่าทรุดทำเอาคนดูใจแตกสลายตามไปด้วย สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก การที่เธอต้องมาเห็นคนที่รักในสภาพแบบนี้ช่างโหดร้ายเกินไป ฉากนี้ในจอมมารในแดนเทพเรียกน้ำตาได้จริงๆ
การเดินเรื่องค่อยๆ เปิดเผยความจริงทีละชั้นทำให้คนดูต้องคอยคาดเดาตลอดเวลา ฉากการประชุมแผนที่และการเตรียมกองทัพแสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบของฝ่ายร้าย ตัวละครแต่ละตัวมีแรงจูงใจที่ชัดเจนและน่าสนใจ จอมมารในแดนเทพวางพล็อตได้ฉลาดมาก
ฉากที่ตัวเอกยืนเผชิญหน้ากับศัตรูในสนามหญ้ากว้างใหญ่ท่ามกลางปราสาทโบราณสร้างความตื่นเต้นได้สุดยอด แสงแดดที่สาดส่องตัดกับพลังงานมืดของดาบสีแดงทำให้ภาพดูสวยงามและน่าจดจำ การเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่ทำให้คนดูรอคอยตอนต่อไปใจจะขาด
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสลายจริงๆ เมื่ออัศวินผู้ภักดีถูกเพื่อนรักหักหลังอย่างโหดเหี้ยม การเปลี่ยนผ่านจากมิตรภาพสู่ความเป็นศัตรูช่างรวดเร็วและน่าตกใจ บรรยากาศในห้องขังที่มืดมิดสะท้อนความสิ้นหวังของตัวละครได้เป็นอย่างดี เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพช่วงนี้เข้มข้นมากจนแทบหยุดหายใจ