ใครจะคิดว่าฉากที่ดูชิลล์ๆ จะเปลี่ยนเป็นฉากแอ็คชั่นเดือดๆ ได้เร็วขนาดนี้ การปรากฏตัวของนักรบถือขวานยักษ์สร้างความกดดันได้มหาศาล แต่จุดพีคที่สุดคือตอนที่ตัวละครหญิงสองคนปรากฏตัวพร้อมพลังเวทมนตร์สีม่วงที่สว่างจ้า ฉากนี้ในจอมมารในแดนเทพ ทำออกมาได้เอฟเฟกต์ภาพยอดเยี่ยมมาก แสงสีและการเคลื่อนไหวของคาแรคเตอร์ดูมีพลังและดุดันสุดๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ไม่ใช่แค่เรื่องความรักแต่รวมถึงมิตรภาพและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฉากที่ตัวละครชายถูกโจมตีแล้วมีตัวละครหญิงมาช่วยไว้ทันเวลา มันสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งมาก การพัฒนาตัวละครในเรื่องจอมมารในแดนเทพ ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับทุกอารมณ์ของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกล้า หรือความอ่อนโยน
ฉากสุดท้ายที่เปลี่ยนจากป่ามาเป็นห้วงอวกาศที่มีฟองสบู่ลอยอยู่ช่างน่าทึ่งมาก การออกแบบฉากนี้แสดงให้เห็นถึงจักรวาลที่กว้างใหญ่ของเรื่องจอมมารในแดนเทพ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวละครในชุดเกราะสีดำที่มีแสงสีม่วงดูทรงพลังและลึกลับมาก ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อยากดูต่อทันทีว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป
เรื่องนี้มีจุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างฉากตลกและฉากดราม่าได้อย่างลงตัว ฉากที่ตัวละครชายทำท่าทางเขินอายสลับกับฉากต่อสู้ที่จริงจัง ทำให้เรื่องไม่หนักเกินไป การแสดงออกของสไลม์สีเขียวที่มีอารมณ์หลากหลายก็เพิ่มความน่ารักให้เรื่องมาก ดูจอมมารในแดนเทพ แล้วรู้สึกเหมือนได้ดูเรื่องราวชีวิตจริงที่มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยมิตรภาพ
ฉากเปิดเรื่องในป่าหมอกสีเขียวนั้นช่างลึกลับและน่าค้นหา แต่พอเห็นตัวละครหญิงผมชมพูกับสไลม์สีเขียวปุ๊บ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นความอบอุ่นทันที การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครชายที่เขินจนหน้าแดงทำให้คนดูอย่างเราอดยิ้มตามไม่ได้ เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพ มีจังหวะการเล่าเรื่องที่สนุกมาก ไม่เครียดจนเกินไป ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักผ่อนในป่าเวทมนตร์จริงๆ