ฉากที่พระเอกต้องเผชิญหน้ากับร่างโคลนของตัวเองในชุดดำสนิทนั่งบนบัลลังก์คริสตัลช่างดูน่าเกรงขามมาก แสงสีม่วงและหมอกจางๆ ช่วยเสริมบรรยากาศแห่งอำนาจได้อย่างยอดเยี่ยม การที่ร่างโคลนยิ้มเยาะและท้าทายแสดงให้เห็นถึงปมขัดแย้งภายในใจที่ซับซ้อน เป็นฉากที่ดึงอารมณ์คนดูได้เป็นอย่างดีในจอมมารในแดนเทพ
ตัวละครสาวใช้ผมขาวที่ดูเหมือนจะอ่อนโยน กลับเผยพลังมหาศาลออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ฉากที่เธอถูกพันธนาการด้วยริบบิ้นสีม่วงแล้วหลุดออกมาพร้อมรอยยิ้มท้าทาย แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่ตัวประกอบธรรมดาๆ การต่อสู้ด้วยลำแสงพลังงานสีม่วงดูสวยงามและทรงพลังมาก เป็นตัวละครที่ขโมยซีนไปในจอมมารในแดนเทพจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือการผสมผสานระหว่างฉากแอ็คชั่นสุดมันกับมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ อย่างฉากที่พระเอกทำท่าทางงงๆ ตอนถูกสาวปีศาจกอด หรือตอนที่เขาพยายามทำท่าเท่แต่กลับดูเปิ่นๆ ทำให้ตัวละครดูมีมิติและไม่แข็งทื่อเกินไป จอมมารในแดนเทพจัดการกับโทนเรื่องได้เก่งมาก ทำให้คนดูไม่เครียดจนเกินไป
ต้องยกนิ้วให้ทีมอนิเมชั่นที่เนรมิตฉากต่างๆ ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะการใช้โทนสีม่วงและชมพูที่ปรากฏตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ห้องนอนไปจนถึงแดนมิติอื่น แสงเงาและเอฟเฟกต์เวทมนตร์ทำออกมาได้ละเอียดและนุ่มนวลมาก ฉากที่ตัวละครลอยได้หรือปล่อยพลังแสงดูสมจริงและอลังการ เป็นงานภาพที่ดูเพลินตาจริงๆ ในจอมมารในแดนเทพ
ฉากเปิดเรื่องในห้องนอนสีม่วงช่างดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความลึกลับ เมื่อพระเอกตื่นขึ้นมาพร้อมชุดเกราะเต็มยศ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีทันที การปรากฏตัวของปีศาจสาวผมดำที่ดูขี้เล่นตัดกับสีหน้างุนงงของเขาได้อย่างลงตัว เรื่องราวในจอมมารในแดนเทพช่วงนี้เน้นการสร้างบรรยากาศที่ชวนสงสัยว่าตกลงเขาฝันหรือเรื่องจริงกันแน่