ชอบมากที่เรื่องนี้ใช้ภาษากายในการสื่อสารอารมณ์ อย่างฉากที่ผู้หญิงคนนั้นเอื้อมมือไปจับแขนชายหนุ่มแล้วค่อยๆ ลูบไล้เบาๆ มันบอกถึงความห่วงใยและความพยายามจะเข้าถึงใจเขาได้ดีมาก แม้เขาจะพยายามทำตัวเย็นชาแต่สายตาที่มองมาก็ยังมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ ฉากแบบนี้ในแกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียวทำให้ใจละลายจริงๆ
การตัดสลับระหว่างฉากในห้องหรูกับฉากในห้องนอนเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวละครได้ชัดเจนมาก จากเด็กสาวที่หวาดกลัวกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งแต่ยังคงบาดแผลไว้ในใจ ฉากที่แม่ร้องไห้ขอร้องให้ลูกสาววางมีดลงช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจสุดๆ เป็นความขัดแย้งที่ทำให้เรื่องแกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียวมีมิติมากขึ้น
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องมาก เช่น นาฬิกาข้อมือของผู้หญิงที่ดูคลาสสิก แก้วชาที่มีลวดลายสวยงาม หรือแม้แต่รอยลิปสติกบนปกเสื้อชายหนุ่มที่บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เรื่องแกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียวดูมีมิติและสมจริงมากขึ้น ทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจริงๆ
ฉากที่แม่และลูกสาวเผชิญหน้ากันในห้องนอนช่างเต็มไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน น้ำตา ความหวาดกลัว ความรัก และความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก การแสดงของนักแสดงทั้งสองคนทำให้รู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในห้องนั้นจริงๆ อยากจะเข้าไปกอดพวกเขาทั้งสองคน ฉากแบบนี้ในแกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียวทำให้เราเข้าใจความซับซ้อนของความสัมพันธ์แม่ลูกได้ดีขึ้น
ชอบมากที่เรื่องนี้ใช้ความเงียบในการสื่อสารอารมณ์ บางฉากไม่มีคำพูดเลยแต่กลับสื่อความหมายได้ชัดเจนมาก อย่างฉากที่ผู้หญิงนั่งมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ซับซ้อน หรือฉากที่แม่ก้มหน้าร้องไห้โดยไม่พูดอะไร ความเงียบเหล่านี้ทำให้เราต้องตีความและรู้สึกไปกับตัวละครมากขึ้น เป็นเทคนิคที่ทำให้แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียวมีเสน่ห์เป็นพิเศษ