การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้บอกเล่าสถานะตัวละครได้ชัดเจนมาก หญิงสาวในชุดนอนสีชมพูดูเปราะบางและสับสน ในขณะที่หญิงสาวชุดดำดูเข้มแข็งและน่าเกรงขาม การยืนเผชิญหน้ากันในโถงทางเดินไม้สร้างมิติของความขัดแย้งได้ยอดเยี่ยม ฉากนี้ใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ทำให้เห็นภาพความแตกต่างของบุคลิกตัวละครได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลย
ตัวละครชายใส่แว่นทองดูมีเสน่ห์แบบผู้ดีแต่แฝงความอ่อนไหว เวลาที่เขาถูกเพื่อนดึงตัวออกไป สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความไม่เต็มใจแต่ก็จำยอม ฉากนี้ทำให้เห็นมิติของตัวละครที่ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว การแสดงออกทางสายตาของเขาตอนมองหญิงสาวชุดดำช่างดูมีความหมายซ่อนเร้นเยอะมาก เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว น่าติดตามขึ้นเยอะเลย
ตัวละครชายในเสื้อโค้ทสีเทาทำหน้าที่เป็นจุดสมดุลของเรื่องได้ดีมาก เขาเข้ามาดึงเพื่อนออกไปจากสถานการณ์ตึงเครียดได้อย่างทันท่วงที แววตาของเขาตอนมองเพื่อนแสดงถึงความห่วงใยและเข้าใจสถานการณ์ดี การมีตัวละครแบบนี้ทำให้พล็อตเรื่อง แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ไม่ตึงเครียดจนเกินไปและเพิ่มมิติของมิตรภาพชายแท้ๆ เข้ามาได้อย่างลงตัว
ฉากเปิดเรื่องในโถงทางเดินไม้สไตล์ญี่ปุ่นสร้างบรรยากาศที่ดูสงบแต่แฝงความตึงเครียดได้อย่างยอดเยี่ยม แสงไฟที่ส่องผ่านประตูกระดาษให้เงาตะคุ่มๆ ช่วยเสริมอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี การเดินเข้ามาของหญิงสาวชุดดำเหมือนการนำพายุเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ฉากนี้ใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองสถานการณ์ลับๆ ที่ไม่ควรเห็น
ไม่ต้องฟังเสียงก็รู้เรื่องจากภาษากายของตัวละครทั้งหมด หญิงสาวในชุดนอนกอดอกแสดงถึงการป้องกันตัว ชายใส่แว่นยืนตัวแข็งทื่อแสดงถึงความประหม่า ในขณะที่หญิงสาวชุดดำยืนตรงมั่นใจแสดงถึงอำนาจ การเคลื่อนไหวเล็กน้อยอย่างการเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนของชายเสื้อเทาบอกเล่าความห่วงใยได้ชัดเจนมาก รายละเอียดแบบนี้ทำให้ แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ดูมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง