บรรยากาศในฉากนี้ของ แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่จับต้องได้ ชายหนุ่มในชุดดำที่ยืนพิงประตูกับหญิงสาวในโค้ทสีดำที่ยืนกอดอกดูเย็นชา ตัดกับพระเอกที่พยายามจะอธิบายอะไรบางอย่างแต่ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสได้พูด การวางตำแหน่งตัวละครและการใช้แสงเงาช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร
ชอบฉากที่พระเอกใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ยิ้มออกมาทั้งที่สถานการณ์ดูตึงเครียดมาก รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะซ่อนความหมายอะไรไว้เยอะมาก อาจจะเป็นการยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวดหรืออาจจะกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้ การแสดงออกที่เปลี่ยนจากสีหน้าเศร้ามาเป็นยิ้มได้อย่างรวดเร็วแสดงถึงฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของคนแสดง ทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าค้นหาขึ้นไปอีกค่ะ
การแต่งกายของตัวละครใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว บอกเล่าเรื่องราวได้ชัดเจนมาก พระเอกในชุดสูทสีเบจดูเป็นผู้ดีและมีฐานะ ในขณะที่อีกฝ่ายแต่งตัวด้วยชุดสีดำดูเข้มขรึมและน่าเกรงขาม ความแตกต่างของเครื่องแต่งกายนี้สะท้อนถึงความแตกต่างของสถานะหรือบทบาทของตัวละครในเรื่องได้เป็นอย่างดี รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเนคไทลายดอกหรือกระดุมเสื้อก็ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน
สิ่งที่ชอบที่สุดใน แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว คือการใช้สายตาของนักแสดงในการสื่อสารอารมณ์ พระเอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนและความหวัง ในขณะที่หญิงสาวมองกลับมาด้วยสายตาที่เย็นชาและตัดรอน การปะทะกันของสายตาคู่นี้สร้างแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่รุนแรงมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าโดยไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ทั้งสิ้น
ตอนเริ่มดู แกล้งเจ้าชู้ แต่รักเธอคนเดียว ฉากแรกก็ทำเอาสงสัยไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพระเอกถึงมายืนหน้าบ้านดึกดื่นแบบนี้ แล้วทำไมอีกสองคนถึงดูไม่ต้อนรับเขาเลย บรรยากาศรอบๆ ที่มืดสลัวกับแสงไฟจากในบ้านที่ส่องออกมาสร้างความเปรียบต่างที่สวยมาก มันเหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าเรื่องราวข้างในกับข้างนอกนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เราอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังทันที