ต้องยกนิ้วให้การแสดงสีหน้าของพระเอกใส่แว่นในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด แค่เขามองมาทางกล้องหรือมองตัวละครอื่น สายตานั้นมันเย็นชาแต่แฝงความเจ็บปวดไว้อย่างลึกซึ้ง ฉากที่เขาคุกเข่าลงคุยกับเด็กน้อยมันทำให้เห็นมุมอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทหรูๆ บรรยากาศในตู้คีบที่ดูสนุกสนานกลับกลายเป็นฉากดราม่าหนักๆ ที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วยจริงๆ
ดูแล้วรู้ทันทีว่าเรื่องไม่ธรรมดาในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ผู้ชายสองคนที่ยืนประจันหน้ากัน แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมามากแต่ภาษากายมันฟ้องหมด คนหนึ่งใส่สูทเต็มยศดูเป็นผู้มีอำนาจ อีกคนใส่เสื้อกั๊กดูเป็นลูกน้องหรือคนรับใช้ แต่แววตากลับมีความมุ่งมั่นน่าสนใจมาก ฉากนี้ในแอปเน็ตชอร์ตทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก แค่การยืนเฉยๆ ก็ส่งพลังความตึงเครียดออกมาได้เต็มหน้าจอ
ตัวละครผู้หญิงในเรื่องหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ทำเอาใจเราเจ็บแทนจริงๆ สีหน้าของเธอที่มองลูกชายสลับกับมองผู้ชายสองคน มันเต็มไปด้วยความกังวลและความรักที่มีให้ลูก การที่เธอต้องมายืนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ในตู้คีบที่ควรจะเป็นสถานที่แห่งความสุข มันยิ่งทำให้เห็นความขัดแย้งในใจของเธอ คนดูในแอปเน็ตชอร์ตคงจะเอาใจช่วยเธอไม่ให้น้ำตาไหลออกมาแน่นอน
ใจเราพุ่งไปที่เด็กน้อยในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด เลย เขายืนนิ่งๆ ใส่ชุดสูทตัวน้อยเหมือนผู้ใหญ่ แต่แววตายังคงมีความไร้เดียงสา การที่ต้องมายืนท่ามกลางความตึงเครียดของผู้ใหญ่สองคน มันช่างน่าสงสารจับใจ ฉากที่เขาถูกผู้ใหญ่คุกเข่าลงมาคุยด้วย มันทำให้เห็นถึงความพยายามที่จะสื่อสารกับเขาอย่างนุ่มนวล แต่บรรยากาศรอบข้างมันกดดันเกินไปจริงๆ
ต้องชมทีมคอสตูมของหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด มาก ชุดสูทสีดำเข้มของพระเอกมันดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ตัดกับชุดเสื้อกั๊กของอีกคนที่ดูเป็นทางการแต่มีความอ่อนน้อมกว่า ส่วนชุดเดรสสีขาวของผู้หญิงก็ดูบริสุทธิ์และอ่อนโยน ท่ามกลางแสงสีจัดจ้านของตู้คีบ การแต่งกายของแต่ละคนช่วยบอกเล่าเรื่องราวและสถานะของพวกเขาได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยสักคำ ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วต้องยอมรับในเรื่องรายละเอียด