บรรยากาศในงานประมูลดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยการแข่งขันที่สูงมาก เมื่อผู้หญิงในชุดสีฟ้าประกาศเริ่มการประมูล ผู้ชายในชุดสูทสีดำก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนเขารู้ว่าเครื่องประดับชุดนี้มีความสำคัญต่อเขาเป็นพิเศษ ฉากนี้ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นว่าทำไมเขาถึงต้องมาที่นี่ และเขาจะสู้กับใครเพื่อได้สิ่งนี้มา
การแสดงออกทางสีหน้าของพระเอกในเรื่องนี้ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาเห็นรูปเครื่องประดับครั้งแรก สายตาที่เปลี่ยนจากสงบเป็นตื่นตระหนกแล้วกลายเป็นมุ่งมั่น บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่คำเดียว ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ฉากแบบนี้ทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครว่าเขากำลังเผชิญกับอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
ชุดเครื่องประดับสีม่วงที่ปรากฏในเรื่องดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกปัญหา เมื่อมันถูกนำมาแสดงในงานประมูล ทุกคนในงานต่างจับจ้องไปที่มัน แต่สำหรับพระเอกแล้ว มันอาจเป็นมากกว่าแค่เครื่องประดับธรรมดา ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด สิ่งของชิ้นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่มานาน
ฉากที่พระเอกเดินเข้าไปในงานประมูลแล้วเจอกับคนที่เขาไม่ต้องการเจอ สร้างความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี แม้จะยังไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา แต่สายตาที่มองกันก็บอกทุกอย่างแล้วว่าทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด การเผชิญหน้าแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นว่าเรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไร
ตัวละครเลขาหญิงในเรื่องนี้มีบทบาทสำคัญมาก เธอไม่ใช่แค่คนที่ยื่นรูปให้เจ้านายดู แต่ดูเหมือนเธอจะรู้เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด สีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลเมื่อเจ้านายตัดสินใจออกไป บอกว่าเธอรู้ว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ในหย่าแล้วไง ฉันเอาคืนหมด ตัวละครแบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น