ใครจะคิดว่าจากฉากดราม่าหนักๆ ในออฟฟิศ จะตัดภาพมาสู่ฉากที่ดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความลับ การที่พระเอกยื่นเอกสารสัญญาจ้างแสดงให้ดู มันเหมือนเป็นการเปิดเกมใหม่ที่ทำให้นางเอกต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความประหลาดใจบนใบหน้าของเธอคือจุดขายสำคัญของเรื่องนี้จริงๆ คนชอบดูละครที่มีชั้นเชิงการวางแผนต้องไม่พลาด (พากย์เสียง) เลิกปลอมแล้ว ฉันคือนางเอกตัวแม่ เรื่องนี้เด็ดมาก
แม้ว่าในเรื่องจะดูเหมือนมีเรื่องขัดแย้งกันเยอะมาก แต่พอเห็นภาพรวมแล้วรู้สึกว่าเคมีของคู่นี้มันเข้ากันได้ดีอย่างประหลาด สายตาที่พระเอกมองนางเอกในตอนยื่นเอกสาร มันมีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มงวด ส่วนนางเอกเองก็ดูมีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง การแสดงที่ละเอียดอ่อนแบบนี้หาได้ยากในละครสั้นทั่วไป ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ง่ายๆ เลยล่ะ
ต้องชมทีมโปรดักชั่นเลยว่าจัดแสงและมุมกล้องได้สวยมาก ฉากในออฟฟิศที่ใช้โทนสีเย็นช่วยเสริมบรรยากาศความเครียดได้เป็นอย่างดี ตัดสลับกับฉากในห้องนั่งเล่นที่ใช้โทนสีอุ่นทำให้ดูผ่อนคลายลงแต่ก็ยังมีความลึกลับซ่อนอยู่ การจัดองค์ประกอบภาพแต่ละช็อตดูมีศิลปะและตั้งใจมาก ไม่ใช่แค่ถ่ายมาให้ดูรู้เรื่องแต่ถ่ายมาให้ดูแล้วรู้สึกตามไปด้วย เป็นงานภาพที่ดูแล้วเพลินตาจริงๆ
ชอบตรงที่ตัวละครไม่ได้มีแค่ด้านเดียว พระเอกที่ดูโหดในออฟฟิศ พอมาอยู่ในฉากส่วนตัวก็ดูมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ ส่วนนางเอกที่ดูแข็งกร้าวก็มีความเปราะบางให้เห็นบ้าง การสร้างตัวละครให้มีหลายมิติแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้รู้จักพวกเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวละครในนิยายที่เดินได้ แต่เหมือนคนจริงๆ ที่มีชีวิตจิตใจและอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งหาได้ยากในละครสั้นทั่วไป
แม้ว่าในเรื่องจะไม่มีบทสนทนายาวๆ มากนัก แต่ทุกคำพูดที่ตัวละครพูดออกมามันมีความหมายและส่งผลต่อเนื้อเรื่องทั้งหมด การที่พระเอกพูดแค่ไม่กี่คำแต่นางเอกก็เข้าใจทันทีว่ามันหมายถึงอะไร แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่มีความเข้าใจกันลึกซึ้งมาก แม้จะดูเหมือนมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่ก็ตาม บทสนทนาแบบนี้ทำให้คนดูต้องคิดตามและตีความหมายเอาเอง ซึ่งสนุกมาก