ไม่ใช่แค่บาดแผลทางกายเท่านั้น แต่บาดแผลในใจของตัวละครแต่ละคนต่างหากที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ หญิงสาวที่มีผ้าพันแผลบนหน้าผากดูเศร้าสร้อย ขณะที่ชายคนนั้นพยายามปกปิดบางอย่าง การแสดงออกทางสีหน้าและแววตาบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูด บ้านไกลแค่ไหน ชวนให้เราตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
ฉากที่ตัวละครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่อง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้คนดูต้องลุ้นว่าปลายสายคือใคร และบทสนทนาจะเปิดเผยความลับอะไรออกมาบ้าง การตัดสลับระหว่างตัวละครทำให้เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน น่าติดตามยิ่งขึ้น
ฉากในห้องผ่าตัดที่ทีมแพทย์และทีมกู้ภัยต้องทำงานร่วมกันภายใต้ความกดดัน สร้างความตึงเครียดได้อย่างยอดเยี่ยม การสื่อสารที่ขาดหายและความไม่ไว้วางใจกันทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เรื่องราวใน บ้านไกลแค่ไหน สะท้อนให้เห็นว่าในยามวิกฤต ความร่วมมือคือสิ่งสำคัญที่สุด
เด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลดูเหมือนจะเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด บาดแผลบนหน้าของเด็กทำให้เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และทำไมผู้ใหญ่ทุกคนถึงดูกังวลขนาดนี้ บ้านไกลแค่ไหน ทำให้เราต้องเอาใจช่วยเด็กน้อยและรอคอยความจริงที่จะถูกเปิดเผย
ทุกฉากในเรื่องนี้ดูเหมือนจะซ่อนความลับบางอย่างไว้ การที่ตัวละครพยายามปกปิดความจริงจากกันและกันสร้างความสงสัยให้คนดูอย่างมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายหญิงสองคนพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บ้านไกลแค่ไหน ทำให้เราต้องคาดเดาว่าความจริงคืออะไรกันแน่