ชอบมุมกล้องที่จับภาพสีหน้าของแม่ตอนที่พยายามปลอบลูกแต่ตัวเองก็ร้องไห้ไม่หยุด มันสื่อถึงความหมดหนทางได้ดีมาก บรรยากาศรอบข้างที่ผู้คนมามุงดูยิ่งทำให้สถานการณ์ดูตึงเครียดขึ้นไปอีก บ้านไกลแค่ไหน เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ฉากนี้ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะแต่สื่อสารความเจ็บปวดได้ลึกซึ้งจนคนดูต้องกลั้นน้ำตาตาม
จังหวะที่รถมายบัคสีเงินคันหรูขับเข้ามาหยุดนิ่ง ท่ามกลางความโกลาหลของครอบครัวนี้ มันสร้างความขัดแย้งทางภาพที่ชัดเจนมาก หญิงชราในชุดสีเขียวที่ก้าวลงจากรถพร้อมรูปถ่ายในมือ ชวนให้สงสัยว่าเธอคือใครและมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเด็กน้อย บ้านไกลแค่ไหน สร้างปมดราม่าได้น่าสนใจมาก อยากรู้ว่าเรื่องราวจะพลิกผันไปทางไหนต่อ
ฉากที่พ่อพยายามดึงมือลูกสาวไว้แต่เด็กน้อยกลับดึงมือออก มันเหมือนสัญลักษณ์ของการถูกบังคับให้แยกจากกัน สีหน้าของผู้เป็นพ่อที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดชอบ ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก บ้านไกลแค่ไหน สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนดูออกมาได้หมดจด โดยเฉพาะฉากดราม่าหนักๆ แบบนี้ที่ทำเอาคนดูจุกอกไปตามๆ กัน
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างกลุ่มคนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความสงสารและความอยากรู้อยากเห็น มันทำให้เรื่องราวดูสมจริงขึ้นไปอีก เหมือนเราเข้าไปยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ บ้านไกลแค่ไหน ใส่ใจในรายละเอียดของฉากหลังได้ดีมาก ทำให้โลกในเรื่องดูมีชีวิตชีวาและมีความเป็นมนุษย์สูงมาก
ช็อตสุดท้ายที่หญิงชราถือรูปถ่ายของเด็กน้อยขึ้นมาดู มันเหมือนเป็นการเปิดประตูสู่อดีตหรือบางทีอาจจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ แววตาของท่านที่มองรูปนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่บอกไม่ถูก บ้านไกลแค่ไหน วางพล็อตได้ลึกลับและน่าติดตามมาก แค่ฉากนี้ก็ทำให้คนดูตั้งคำถามไปต่างๆ นานาแล้วว่าความจริงแล้วคืออะไรกันแน่