แต่งงานเพื่อฝึกมือ
เสิ่นเวิ่นฉี เคยเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลอันที่ถูกทอดทิ้ง ก่อนจะบังเอิญถูกรับตัวไปเป็นศิษย์ของหมอเทพผู้สันโดษ ฝึกวิชาแพทย์มาหลายปี แต่กลับรักษาได้แค่สัตว์ ต้องรักษาครบ 9,999 ตัวถึงจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเขา จู่ ๆ ตระกูลอันก็มารับตัวเธอกลับบ้าน แต่แท้จริงแล้วแค่อยากใช้เธอเป็นเครื่องมือแต่งงาน เพื่อแลกผลประโยชน์ให้พี่ชาย ขณะกำลังคิดจะหนีงานแต่ง เสิ่นเวิ่นฉีกลับพบว่าเจ้าบ่าวเป็นคุณชายมหาเศรษฐีที่ร่างกายอ่อนแอ เธอจึงคิดได้ทันที แบบนี้ไม่เหมาะเอามาฝึกมือหรอกเหรอ ? สุดท้ายเธอตอบตกลงแต่งงานอย่างไม่ลังเล
แนะนำสำหรับคุณ





รายชื่อยาที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างอารมณ์
กระดาษรายการยาในแต่งงานเพื่อฝึกมือ ไม่ใช่แค่ prop ธรรมดา มันคือตัวเชื่อมระหว่างโลกสมัยใหม่กับความเชื่อดั้งเดิม ผู้หญิงถือมันไว้เหมือนกำลังถือชะตาชีวิตของใครบางคน ขณะที่ผู้ชายล้มลงด้วยใบหน้าที่เจ็บแต่ยังยิ้มได้ — ความขัดแย้งระหว่างเหตุผลกับความรู้สึกถูกถ่ายทอดผ่านแค่กระดาษแผ่นเดียว 📜✨
เขาล้มเพื่อให้เธอหยุดเดิน
ในแต่งงานเพื่อฝึกมือ ฉากล้มไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการวางแผนทางอารมณ์อย่างชาญฉลาด เขาเลือกที่จะล้มตรงหน้าเธอ เพื่อให้เธอต้องหันมาดูเขาครั้งแรกด้วยความเป็นห่วง ไม่ใช่ความรำคาญ ทุกการเคลื่อนไหวของเท้า สายตา และการยิ้มที่แฝงความเจ็บปวด — คือบทละครที่เขียนด้วยร่างกาย 🎭
ถุงสมุนไพร vs หัวใจที่แตกสลาย
ถุงใส่สมุนไพรในมือทั้งสองคนในแต่งงานเพื่อฝึกมือ กลายเป็นสัญลักษณ์ของภารกิจที่พวกเขาร่วมกัน แต่เมื่อชายคนหนึ่งล้มลง ถุงนั้นก็แทบจะร่วง — ความสมดุลของภารกิจและหัวใจกำลังสั่นคลอน ผู้หญิงไม่ได้ช่วยลุกทันที แต่หยิบถ้วยเซรามิกสีฟ้าขึ้นมา... นั่นคือจุดที่เธอเลือกเขาแล้ว 💙
แว่นตาคู่นั้นเห็นทุกอย่าง ยกเว้นความรู้สึกของเขา
ในแต่งงานเพื่อฝึกมือ แว่นตาของเธอไม่ได้ทำให้เธอมองเห็นชัดขึ้น แต่ทำให้เธอเลือกที่จะไม่เห็นความเจ็บปวดของเขาในตอนแรก จนกระทั่งเขาล้มลงและยิ้มแบบเจ็บปวด — สายตาเธอจึงเปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เคยปิดกั้นถูกเปิดออกด้วยเสียงหัวเราะที่แฝงน้ำตา 😢 บางครั้ง การมองไม่เห็นคือการกลัวที่จะรู้สึก
การล้มครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของความรัก
ในแต่งงานเพื่อฝึกมือ ฉากที่ชายคนหนึ่งล้มลงกลางถนนแล้วหัวเราะแบบเจ็บแต่ยิ้มได้ ทำให้เราเห็นความจริงใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความขี้เล่น เขาไม่ได้แกล้ง แต่เป็นการเปิดใจแบบไม่กลัวผิดพลาด 🥹 ผู้หญิงในชุดขาวมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากสงสัยเป็นเอ็นดู — นี่คือจุดที่ความสัมพันธ์เริ่มเติบโตโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย