แต่งงานเพื่อฝึกมือ
เสิ่นเวิ่นฉี เคยเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลอันที่ถูกทอดทิ้ง ก่อนจะบังเอิญถูกรับตัวไปเป็นศิษย์ของหมอเทพผู้สันโดษ ฝึกวิชาแพทย์มาหลายปี แต่กลับรักษาได้แค่สัตว์ ต้องรักษาครบ 9,999 ตัวถึงจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเขา จู่ ๆ ตระกูลอันก็มารับตัวเธอกลับบ้าน แต่แท้จริงแล้วแค่อยากใช้เธอเป็นเครื่องมือแต่งงาน เพื่อแลกผลประโยชน์ให้พี่ชาย ขณะกำลังคิดจะหนีงานแต่ง เสิ่นเวิ่นฉีกลับพบว่าเจ้าบ่าวเป็นคุณชายมหาเศรษฐีที่ร่างกายอ่อนแอ เธอจึงคิดได้ทันที แบบนี้ไม่เหมาะเอามาฝึกมือหรอกเหรอ ? สุดท้ายเธอตอบตกลงแต่งงานอย่างไม่ลังเล
แนะนำสำหรับคุณ





การแย่งมือถือคือการแย่งหัวใจ
มือของฉีเหยียนที่คว้ามือถือจากมือเฉินหลินฟางอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่การหยุดเธอจากโลกออนไลน์ แต่คือการขอให้เธอหันมาดูเขาจริงๆ ❤️🔥 ความกล้าครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่งงานเพื่อฝึกมือที่เราไม่อยากพลาดแม้แต่วินาทีเดียว
มือถือคือตัวละครที่สาม
มือถือสีขาวไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่คือตัวกลางของการสื่อสารที่ทำให้เฉินหลินฟางกล้าพูดสิ่งที่不敢พูดด้วยปากเปล่า 💬 ขณะที่ฉีเหยียนยืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางแข็งทื่อ แต่กลับแฝงความหวังไว้ในสายตา — ความขัดแย้งที่เกิดจากเทคโนโลยีในแต่งงานเพื่อฝึกมือช่างน่าสนใจ
เสื้อคลุมสีเทา vs เสื้อผ้าสไตล์จีนขาว
สีเทาของฉีเหยียนกับขาวของเฉินหลินฟางไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางแฟชั่น แต่คือความขัดแย้งระหว่างโลกสมัยใหม่กับประเพณีที่กำลังปรับตัว 🌸 แม้จะยืนห่างกันแค่สองก้าว แต่ระยะทางทางอารมณ์ดูไกลเหลือเกินในแต่งงานเพื่อฝึกมือ
การชี้นิ้วคือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ
เมื่อเฉินหลินฟางชี้นิ้วใส่ฉีเหยียนด้วยท่าทางจริงจังแต่ตาเป็นประกาย — นั่นคือช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนจาก 'คู่หมั้นโดยบังเอิญ' เป็น 'คนที่อยากเข้าใจกัน' ✨ ฉากนี้เล่นกับอารมณ์ได้ดีมากในแต่งงานเพื่อฝึกมือ
การจ้องมองที่พูดแทนคำว่ารัก
ช่วงที่เฉินหลินฟางเงยหน้าขึ้นจากมือถือแล้วเจอสายตาของฉีเหยียนที่จ้องมาแบบไม่ยอมแพ้... ความตึงเครียดในห้องกลายเป็นความหวานแบบไม่ได้ตั้งใจ 🥺 ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าการไม่พูดอะไรเลยบางครั้งก็สื่อสารได้มากกว่าคำพูดหลายประโยคในแต่งงานเพื่อฝึกมือ